ปภ.สรุปน้ำท่วมใต้ทำดับ 21 ราย 11 จว. อ่วม ขณะที่ “ยะลา” คลี่คลาย ประสาน 11 จังหวัดรับมือฝนถล่มหนัก10 ม.ค.
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 ถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันใน 12 จังหวัด ได้แก่ จ.พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ รวม 96 อำเภอ 588 ตำบล 4,277 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 330,415 ครัวเรือน 958,602 คน
นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันมีผู้เสียชีวิต 21 ราย สูญหาย 2 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 5 แห่ง ถนน 218 จุด คอสะพาน 59 แห่ง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 1 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ยังคงมีสถานการณ์ใน 11 จังหวัด รวม 97 อำเภอ 560 ตำบล 4,233 หมู่บ้าน โดย จ.พัทลุง น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองพัทลุง กงหรา ศรีนครินทร์ ควนขนุน ปากพะยูน ศรีบรรพต เขาชัยสน ป่าบอน บางแก้ว ป่าพะยอม และอ.ตะโหมด รวม 65 ตำบล 663 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 54,549 ครัวเรือน 128,036 คน
นายฉัตรชัย กล่าวว่า จ.นราธิวาส น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 13 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนราธิวาส ระแงะ รือเสาะ ศรีสาคร แว้ง สุคิริน สุไหงโก – ลก สุไหงปาดี จะแนะ เจาะไอร้อง ยี่งอ ตากใบ และอ.บาเจาะ รวม 75 ตำบล 496 หมู่บ้าน 3 เทศบาล 35 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 33,420 ครัวเรือน 131,182 คน สงขลา น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อ.หาดใหญ่ นาหม่อม สะเดา สะบ้าย้อย ควนเนียง รัตภูมิ คลองหอยโข่ง กระแสสินธุ์ สิงหนคร สทิงพระ และอ.ระโนด รวม 51 ตำบล 316 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 17,778 ครัวเรือน 53,455 คน
จ.ปัตตานี น้ำไหลหลาก เข้าท่วมพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.โคกโพธิ์ ยะรัง กะพ้อ หนองจิก เมืองปัตตานี สายบุรี แม่ลาน และอ.ไม้แก่น รวม 50 ตำบล 202 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,191 ครัวเรือน 22,012 คน ตรัง น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.นาโยง รัษฎา เมืองตรัง ห้วยยอด และอ.วังวิเศษ รวม 29 ตำบล 6 เทศบาล 235 หมู่บ้าน 15 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 94,448 ครัวเรือน 32,312 คน
จ.สุราษฎร์ธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อ.กาญจนดิษฐ์ บ้านนาสาร ดอนสัก ท่าชนะ เกาะสมุย ไชยา เมืองสุราษฎร์ธานี บ้านนาเดิม ชัยบุรี เกาะพงัน และอ.ท่าฉาง รวม 70 ตำบล 516 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 70,355 ครัวเรือน 205,297 คน ขณะที่ จ.นครศรีธรรมราช น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 23 อำเภอ ได้แก่ อ.ชะอวด ทุ่งสง จุฬาภรณ์ ร่อนพิบูลย์ ท่าศาลา สิชล นาบอน พิปูน ช้างกลาง ฉวาง นบพิตำ เมืองนครศรีธรรมราช พระพรหม เชียรใหญ่ ขนอม พรหมคีรี ลานสกา บางขัน ปากพนัง ถ้ำพรรณรา ทุ่งใหญ่ หัวไทร และอ.เฉลิมพระเกียรติ รวม 154 ตำบล 1,284 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 125,202 ครัวเรือน 359,459 คน
จ.ชุมพร มีน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ทุ่งตะโก พะโต๊ะ หลังสวน ละแม สวี และอ.เมืองชุมพร รวม 46 ตำบล 437 หมู่บ้าน 1 เทศบาล 17 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 14,272 ครัวเรือน 47,113 คน ส่วน จ.กระบี่ มีน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองกระบี่ เขาพนม เกาะลันตา และอ.อ่าวลึก รวม 16 ตำบล 57 หมู่บ้าน 1 ประชาชนได้รับผล กระทบ 97 ครัวเรือน
จ.ประจวบคีรีขันธ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ อ.บางสะพานน้อย รวม 3 ตำบล 15 หมู่บ้าน และ จ.ระนอง น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ อ.เมือง ระนอง รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน โดยในภาพรวมสถานการณ์ในปัจจุบันยังมีฝนตกในพื้นที่ ระดับน้ำลดลง ยกเว้นจ.นครศรีธรรมราช ระดับน้ำเพิ่มขึ้น และ จ.นราธิวาส ระดับน้ำทรงตัว
อธิบดี ปภ. กล่าวว่า จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมด้านตะวันตกของ จ.กระบี่ ได้เคลื่อนปกคลุมบริเวณ จ.กระบี่ และ จ.พังงา แล้ว ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลอันดามันตอนบน และอ่าวมะตะบัน ประเทศเมียนมา ในวันที่ 9 – 10 ม.ค. นี้ ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสานจังหวัดดังกล่าวและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมรับมืออุทกภัยและดินถล่ม" นายฉัตรชัย กล่าวและว่า สำหรับผู้ประกอบการทางน้ำและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 2 – 3 วัน ทั้งนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทาง สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป




