จังหวัดแม่ฮ่องสอน สนธิกำลัง ทส. หน่วยอุทยานแห่งชาติ หน่วยป่าไม้ ตำรวจ ทหาร เข้าจับกุมการบุกรุกป่า
จังหวัดแม่ฮ่องสอน สนธิกำลัง ทส. หน่วยอุทยานแห่งชาติ หน่วยป่าไม้ ตำรวจ ทหาร เข้าจับกุมการบุกรุกป่าในเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา น้ำตกผาเสื่อ พบรุกป่าต้นน้ำเพื่อปลูกกะหล่ำปลี มีการใช้สารเคมีมหาศาล สั่งห้ามรุกป่าและใช้สารเคมีให้ถูกต้อง
เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2560 นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำเจ้าหน้าที่ หน่วยอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา – น้ำตกผาเสื่อ , หน่วยป้องกันรักษาป่า กรมป่าไม้ , เจ้าหน้าที่ทหารจาก ร้อย.ร.1731 , ตำรวจกองบังคับการป้องกันการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม ( บก.ปทส.) , กองร้อย อส.อ.ที่ 2 อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน , กองร้อย ตชด.ที่ 336 ปางหมู และ ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าทำการจับกุมและตรวจสอบการบุกรุกป่า ของชาวเขาเผ่าม้ง บริเวณพื้นที่บ้านห้วยมะเขือส้ม , บ้านรักไทย ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน และ พื้นที่บ้านไม้สะเป่ ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง ฯ โดยได้ทำการตรวจยึด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ปายฝั่งขวา ที่ถูกบุกรุกแผ้วถางใหม่ เนื้อที่ 2-0-88 ไร่ ท้องที่บ้านรักไทย หมู่ 6 ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ไม่พบตัวผู้กระทำผิด ( หลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่เข้าถึง )
นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล ทสจ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ตามวันและเวลาดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่ได้ประชุมวางแผนในการเข้าพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติถ้ำปลาฯได้นำพิกัดพื้นที่เป้าหมายดังกล่าวตรวจสอบกับฐานข้อมูลพื้นที่ทำกินของราษฎรในเขตอุทยานฯ ซึ่งได้แปลภาพถ่ายทางอากาศและแบ่งพื้นที่การจัดการไว้แล้ว ซึ่งได้ข้อมูลเบื้องต้นว่า บริเวณดังกล่าว อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ อยู่ในท้องที่ บ้านห้วยมะเขือส้ม หมู่ที่ 5 ต.หมอกจำแป่ และ บ้านไม้สะเป่ หมู่ที่ 9 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
จากนั้นจึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่จริง อยู่ในท้องที่บ้านห้วยมะเขือส้ม หมู่ที่ 5 ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน สภาพพื้นที่โดยทั่วไปไม่มีต้นไม้ยืนต้น พื้นที่ถูกเปิดเพื่อเตรียมการเพาะปลูก ไม่พบผู้ใด จึงได้ตรวจสอบพิกัดกับฐานข้อมูลการสำรวจพื้นที่ทำกินในเขตอุทยานฯ ปรากฎว่า เป็นพื้นที่ทำการเกษตรรายนางยัวะ เกษมสุขมา อยู่ในแปลง AO3 แปลงที่ 90/1 แปลงเขาหัวโล้นที่ 311 เนื้อที่ 11.54 ไร่ และ นางจรรยา เกษมสุขมา อยู่ในแปลง AO3 แปลงที่ 90/2 แปลงเขาหัวโล้นที่ 317 เนื้อที่ 11.21 ไร่ ทั้งสองรายมีใบตอบรับ ซึ่งได้แจ้งความประสงค์ ในการให้ทางราชตรวจสอบการถือครอง ตามมติ ค.ร.ม. 30 มิ.ย.2541 แต่ยังไม่ได้มีการสำรวจการถือครองในพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำปลาฯแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบร่องรอยการทำกินจากภาพถ่ายทางอากาศในปี 2545 ปรากฏว่ามีรองรอยการทำกินมาก่อน จึงได้จัดทำบันทึกประวัติผู้ถือครองเพื่อจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลประกอบการพิจารณาในการพิสูจน์สิทธิ์ฯต่อไป และได้กำชับมิให้มีการบุกรุกเพิ่มเติมโดยเด็ดขาด
ส่วนที่บ้านไม้สะเป่ หมู่ 9 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน สภาพทั่วไปไม่มีไม้ยืนต้น พื้นที่ส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรมปลูกกะหล่ำปลี เนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ตรวจสอบพิกัดแล้ว ปรากฎว่าอยู่ในแปลงAO3 ที่ 95 พิกัดที่ 382839 E 2153839 N อยู่ในแปลง AO3 ที่ 95 แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯยังไม่ได้เข้าสำรวจจัดเก็บข้อมูล สอบถามนางกนกพร จรรยาขจรกุล ผู้ใหญ่บ้านไม้สะเป่ หมู่ที่ 9 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอนและนายโย คีรีเรืองวิทย์ ส.อบต.บ้านไม้สะแป่ ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า เป็นพื้นที่ถือครองของนายบ่อ (ไม่ทราบชื่อสกุล) ได้เช่าที่ทำกินดังกล่าวจากผู้ถือครองเดิม เพื่อปลูกกะหล่ำปลี มีการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร ส่งผลกระทบการสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นบริเวณต้นน้ำของหมู่บ้าน
จากการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว ทราบว่าการทำการเกษตรในพื้นที่ต้นน้ำ ที่ใช้สารเคมีและส่งผลต่อสภาพแวดล้อมโดยรวม จำเป็นต้องมีการควบคุม โดยเฉพาะการทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ ฯ ถึงแม้นว่ารัฐบาลจะมีนโยบายผ่อนผันให้กับผู้ยากไร้ก็ตาม แต่หากมีการให้ผู้อื่นเช่าสิทธิในการทำกิน ก็จะถือว่าผิดเงื่อนไข จะต้องดำเนินการทวงคืนพื้นที่เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าต่อไป จึงเห็นควรเชิญผู้นำหมู่บ้าน และราษฎรทั้งสองหมู่บ้าน มาหารือเพื่อหาทางแก้ปัญหาดังกล่าว ทั้งปัญหาด้านการปลูกพืชเกษตรที่ใช้สารเคมีส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม และการพิสูจน์การถือครองที่ดินเขตป่าอนุรักษ์ฯ ตลอดจนสถานภาพความเป็นผู้ยากไร้ตามที่ทางราชการกำหนดหรือไม่ต่อไป


