หนุ่มฯร้อยเอ็ด กับพวกซิ่งจยย.จากกรุงเทพฯ 9 คันมุ่งหน้าเชียงใหม่ ชนท้ายรถพ่วงบรรทุกก๊าซ ตัวเองเสียชีวิต แฟนสาวนั่งซ้อนท้ายศีรษะกระแทกบาดเจ็บ
วันที่ 6 มกราคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุบนถนนพหลโยธินขาขึ้นหลักกิโลเมตรที่ 33 บ้านปึกมะกรูด ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสว่าง กำแพงเพชรธรรมสถานจุดวังบัวและจุดท่ามะเขือ
ที่เกิดเหตุพบรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 60-3 944 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ที่ไหล่ทางซ้าย ติดรถพ่วงบรรทุกก๊าซเอ็นจีวี เป็นรถขนส่งของบริษัทเอสซีแคริเออร์ จำกัด ที่ท้ายรถมีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า R 15 สีดำหมายเลขทะเบียน 5 กฒ กรุงเทพมหานคร 151 ชนเสียบคาอยู่ที่ล้อหลังซ้าย มีหมวกกันน็อคของผู้ขับขี่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ
ส่วนคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล 2 คน และทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิต ไป 1 ราย ทราบชื่อคือ นายปรัชญ์รินวงษ์ อยู่บ้านเลขที่ 140 ต.เหล่าหลวง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ส่วนแฟนสาว ที่นั่งซ้อนท้ายมาด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือน แต่อยู่ในอาการปลอดภัยยังจำอะไรไม่ได้ ชื่อนางสาวพัชรินทร์ รัตนชัย อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 /15 คลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
จากการสอบถามข้อมูลในเบื้องต้น จากเพื่อนของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่อยู่ในอาการเศร้าโศกทราบว่า ทั้งหมดเป็นชาวกรุงเทพฯ และได้วางแผนเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ 9 คันมุ่งหน้าไปท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่โดยมีกำหนด 5 วัน โดยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ มาตั้งแต่ 05.00 น.ของเช้าวันนี้ มาถึงครึ่งทางระหว่างกรุงเทพฯ- เชียงใหม่ ประมาณ 700 กิโลเมตร
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ขับรถจักรยานยนต์แซงรถเก๋งทางซ้ายไหล่ทาง จากนั้นโฉบรถไปชนกับรถพ่วงบรรทุกก๊าซเสียบเข้าไปที่ล้อ ร่างของผู้เสียชีวิตกับแฟนสาวอัดกระแทกกับท้ายพ่วง ร่างของทั้งสองตกลงจากเบาะรถจักรยานยนต์ ส่วนรถจักรยานยนต์ติดคาที่ซอกล้อหลังของรถพ่วง และเสียดสีกับยางจนเกิดกลุ่มควันถูกลากไปกับรถพ่วงที่ยังวิ่งอยู่บนถนน
ส่วนคนขับรถพ่วงบรรทุกก๊าซ ทราบชื่อนาย ชานุ เจริญทรง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/4 หมู่ 8 ต.ดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี บอกว่ารถคันนี้เป็นรถของบริษัทเอสซีแคริเออร์ จำกัด เป็นรถเปล่าที่ไปส่งก๊าซที่ จ.นครสวรรค์
ขณะเกิดเหตุโชเฟอร์ได้ยินเสียงดังที่ท้ายรถ มองไปที่กระจกส่องหลัง จึงรู้ว่ามีรถชนแล้วก็มีประกายไฟ กลุ่มควัน จึงได้จอดในที่ปลอดภัยและถอดหัวลากที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซออกจากตัวพ่วง ไปจอดห่างจากตัวพ่วงที่ประสบเหตุ และได้ตั้งกรวยปิดกั้นบริเวณจราจรเลนซ้าย พร้อมกับเตรียมถังดับเพลิง ป้องกันเหตุ ก่อนเจ้าหน้าที่จะมาดำเนินการตรวจสอบ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




