มารดานิสิตแพทย์จุฬาฯร่ำให้ รับศพลูกชายเหยื่อรถตู้มรณะ เผยวันเกิดเหตุขอร้องลูกชายอย่าเพิ่งกลับกทม. แต่ไม่เป็นผล
จากกรณีอุบัติเหตุรถตู้โดยสาร สายกรุงเทพ-จันทบุรี ยี่ห้อโตโยต้า คอมมิวเตอร์ หมายเลขทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร มีผู้โดยสารเต็มคัน จากจันทบุรีมุ่งหน้า กทม.ได้พุ่งข้ามเลนชนประสานงากับรถกระบะ อีซูซุดีแมคซ์ แบบแค็บ ทะเบียน 1 ฒณ 2483 กรุงเทพมหานคร ที่ อ.บ้านบึง ชลบุรี ก่อนเกิดไฟลุกท่วมทั้ง 2 คัน พบมีผู้เสียชีวิต 25 ศพ แยกเป็นรถตู้ 14 ศพ ชาย 4 หญิง 10 ส่วนรถกระบะ ตาย 11 ศพ ชาย 5 หญิง 6 นอกจากนี้มีผู้รอดชีวิต 2 ราย ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณห้องโถงชั้นล่างมีญาติของผู้เสียชีวิตมายื่นเอกสารหลักฐานพร้อมระบุเอกลักษณ์พร้อมรอรับศพ หลายคนมีน้ำตาคลอเบ้า ท่ามกลางความเศร้าโศกสลดกับเหตุการณ์ครั้งนี้ พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ทางเราได้รับศพมาจำนวนทั้งหมด 25 ราย แบ่งเป็น ชาย 8 ราย ผู้หญิง 13 ราย เด็กชาย 1 ราย เด็กหญิง 1 ราย ส่วนอีก 2 รายยังไม่ทราบเพศ ทั้งหมดอยู่ในสภาพถูกไฟไหม้เกรียม ยากต่อการชันสูตรพลิกศพ ประกอบกับทางญาติมาตรวจสอบใบหน้าไม่สามารถจำได้ จึงได้เตรียมจุดที่ให้ญาติมายื่นเอกสารพร้อมระบุตำหนิรูปพรรณของแต่ละบุคคลที่หายไป รวมถึงการขอตรวจดีเอนเอทั้งศพและทางญาติอีกด้วย โดยเช้านี้จะเริ่มด้วยการตรวจพลิกศพอย่างละเอียด เพื่อหาตำหนิรูปพรรณต่างๆ แล้วจะนำมาเทียบกับเอกสารที่ทางญาติได้ยื่นพร้อมระบุไว้ เช่นรอยสัก รอยแผลเป็น หรือสิ่งที่ญาติสงสัยว่าจะเป็นผู้เสียชีวิตรายนั้น คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน อย่างไรก็ตามทางสถาบันเข้าใจความรู้สึกญาติผู้เสียชีวิตที่ต้องการนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ทางเราจำเป็นจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง ซึ่งจะเร่งตรวจสอบให้เร็วที่สุด ทั้งนี้อยากให้ทางญาติที่คาดว่ามีศพจากเหตุการณ์ให้รีบมาติดต่อเพื่อจะได้ช่วยตรวจสอบต่อไป
ขณะที่ น.ส.ศศินันท์ สิทธิบุศย์ อายุ 45 ปี มารดาของนายพรหมพต หรือกัน กอศิริวรานนท์ อายุ 20 ปี นิสิตคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุลูกชายได้บอกกับตนว่า จะต้องเดินทางกลับมหาวิทยาลัย เพื่อต้องการที่จะมาอ่านหนังสือในการเตรียมสอบ ตนก็ได้ขอร้องว่าอย่าเพิ่งกลับวันเกิดเหตุ และให้เดินทางกลับในวันถัดไป แต่ลูกชายก็ยืนยันที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันนั้น ตนจึงตัดสินใจขับรถมาส่งลูกชายที่คิวรถตู้ในรอบการเดินทาง 11 นาฬิกา ก่อนที่ลูกชายจะขึ้นรถตู้ ก็ได้มีการแสดงความรักกันเป็นปกติ โดยตนเองได้กอดลูกชายและส่งขึ้นรถ จนมาทราบว่ารถตู้ได้เกิดอุบัติเหตุ แต่ตนก็ยังไม่ทราบว่า รถคันที่เกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นรอบการเดินทางเวลาใด ก่อนที่จะทราบในภายหลังว่า รถตู้คันที่เกิดอุบัติเหตุนั้น เป็นรถคันที่ลูกชายโดยสารไป จึงรีบเดินทางไปที่ร.พ.บ้านบึง เพื่อติดต่อและตรวจสอบ จนทราบว่าลูกชายได้เสียชีวิตแล้ว
น.ส.ศศินันท์ กล่าวอีกว่า ปกติลูกชายจะกลับบ้านเดือนละ1 ครั้ง ซึ่งตนในฐานะที่เป็นแม่ก็ไม่เคยสบายใจ ที่ลูกชายต้องโดยสารมากับรถตู้ในการกลับบ้านแต่ละครั้ง แต่ก็เคยพูดคุยกับลูกว่า อดทนอีก 1 ปี ก็จะได้ย้ายไปเรียนต่อที่่ ร.พ.พระปกเกล้า จันทบุรี ก็จะไม่ต้องเดินทางไป-กลับกรุงเทพ กับ จันทบุรีแล้ว ทั้งนี้ไม่นึกว่า การมาส่งลูกชายขึ้นรถตู้เพื่อกลับไปเรียนที่ กทม.ในครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอหน้าลูก
ด้าน น.ส.ปาเจรา กอศิริวรานนท์ อายุ 23 ปี พี่สาวผู้ตาย กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเหตุการณ์ร้ายๆแบบนี้ จะมาเกิดกับครอบครัว ซึ่งหากดวงวิญญาณน้องชายรับรู้ ก็อยากจะบอกว่าให้เขาจากไปอย่างสบาย ไม่ต้องเป็นเรื่องราวต่างๆ และไม่ต้องเป็นห่วงพ่อแม่อีกแล้ว และขอให้เขารับรู้ไว้ว่า ทุกคนในครอบครัวคิดถึงเขามาก ก่อนจะนำศพไปตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่ วัดป่าคลองกุ้ง ถนนท่าแฉลบ ตำบลตลาด อำเภอเมืองจันทบุรี จันทบุรี ส่วนวันและระยะเวลาต้องปรึกษาครอบครัวภายหลัง
ทั้งนี้ มีกลุ่มนักศึกษาที่เรียนคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 16 คน ได้เดินทางมารับศพ นายพรหมพต หรือกัน กอศิริวรานนท์ นิสิตคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย น.ส.ศุภรดา ประคองสาย อายุ 20 ปี เปิดเผยว่า โดยอุปนิสัยของเพื่อนคนนี้ เป็นคนตลกเฮฮา เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนในคณะ หากทางคณะมีกิจกรรมก็จะเข้าร่วมเป็นอย่างดีและมีสีสัน โดยก่อนหน้านี้ “กัน” ได้กลับบ้าน จ.จันทบุรี เพื่อไปเยี่ยมครอบครัวเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ แต่ทางคณะแพทย์ไม่ได้มีหยุดการเรียน และยังมีการสอบอีก “กัน” จึงเดินทางกลับวันที่ 2 มกราคม เพื่อมาเตรียมตัวสอบในสัปดาห์นี้ โดยช่วงระยะเวลาที่เกิดเหตุ ได้เปิดเข้าไปในเฟสบุ๊คพบว่า มีข่าวรถตู้จันทบุรีมากรุงเทพฯ ชนกับรถกระบะตายหลายราย จึงเกิดความสงสัยและเป็นห่วง จากนั้นเพื่อนๆได้ช่วยกันพยายามติดต่อทางเฟสบุ๊ค แอฟพลิกเคชั่นไลน์ และโทรศัพท์ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จากนั้นจึงได้รับทราบว่า ทางญาติของ“กัน” ได้เดินทางไปดูศพ จึงได้ทราบว่า เพื่อนได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ วันนี้จึงเดินทางมารับศพพร้อมกับเพื่อนทางคณะ ตนอยากจะฝากถึงผู้ประกอบการรถตู้ ให้กำชับผู้ขับขี่และวางมาตราการควบคุมดูแลจำกัดความเร็วของรถตู้ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ไม่อยากให้มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก
ส่วนนายประกาศิต รัตนตันหยง หนึ่งในเหยื่อรถตู้นั้น เป็นนักวิจัยในห้องแลปของหน่วยเชี่ยวชาญเฉพาะทางอณูพันธุศาสตร์มะเร็งและโรคของมนุษย์ จบการศึกษาระดับปริญญาโท วิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำลังจะเรียนระดับปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์ เมื่อทำการสอบถามไปยังญาติให้การว่า ไม่ขอเปิดเผยข้อมูล เนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัว





