จนท.ส่งตัวนักท่องเที่ยวฝรั่งเศส เหยื่อจระเข้เขาใหญ่กระโจนกัด เข้ารักษาที่กรุงเทพฯแล้ว
จากกรณีนักท่องเที่ยว 2 สามีภรรยาชาวฝรั่งเศส ฝ่ายหญิงคือ Mrs.Benetulier Lesuff leur อายุ 48 ปี และฝ่ายสามีคือ Mr.Lesuff Leuur Loinel อายุ 62 ปี ได้เดินศึกษาธรรมชาติเส้นทางเดินเลียบลำตะคองอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก ในพื้นที่รอยต่อ 4 จังหวัด ปราจีนบุรี, นครราชสีมา, นครนายก และสระบุรี
โดยเดินเท้าจากฝั่งน้ำตกเหวสุวัตต์–ผากล้วยไม้ ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ แต่เมื่อเดินเข้าไปได้ประมาณ 3 กม.เศษ ได้พบจระเข้ขึ้นมานอนผึ่งแดด ฝ่ายภรรยาได้พยายามเข้าไปถ่ายภาพใกล้ๆ จนจระเข้ตกใจกัดเข้าที่โคนขาขวาได้รับบาดเจ็บ หน่วยกู้ภัยประจำอุทยานฯ ได้รีบนำส่ง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี นั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 2 ม.ค. นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ ผอ.ส่วนอุทยาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสามี และภรรยาที่ได้รับบาดเจ็บได้ขอให้นำส่งรักษาอาการต่อที่ รพ.กรุงเทพอินเตอร์ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากทาง จ.ปราจีนบุรี ไม่มีล่ามแปลภาษา
"สำหรับความคืบหน้ากรณีจระเข้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทางอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้สั่งการขอให้ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯได้เพิ่มความระวังและเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อนขึ้นอีก แต่ก่อนหน้านี้ได้มีการระวังภัยโดยการมีป้ายแจ้งเตือนทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ให้ระวังจระเข้ และห้ามลงเล่นน้ำในคลองลำตะคอง ในบริเวณที่อาศัยของจระเข้ให้เห็นเด่นชัดตลอด แต่ยังมีการฝ่าฝืนจนเกิดอันตรายขึ้นดังกล่าว” นายวิชัย กล่าว
นายวิชัย กล่าวต่อว่า สำหรับจระเข้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เคยเป็นข่าวเมื่อ 4 -5 ปีก่อนนี้ จำนวน 2 ตัว ตั้งแต่ขนาดเล็ก จนปัจจุบันขนาดใหญ่ยาวกว่า 2 เมตรเศษ ทางอุทยานฯพยายามที่จะจับมาตรวจเลือดหาดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นจระเข้น้ำจืดหรือไม่ หากใช่สามารถให้อยู่ในอุทยานฯได้ เนื่องจากหายาก หากไม่ใช่จะทำการจับส่งต่อที่แห่งอื่น เช่น สถานีเพาะพันธุ์สัตว์ต่อไป แต่ไม่สามารถจับได้ และหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ คงต้องจริงจัง หันมาพูดคุยกับนักวิชาการที่จะเร่งจับจระเข้ทั้ง 2 ตัวนี้มาตรวจหาดีเอ็นเออย่างเร่งด่วน เพื่อพิสูจน์ทราบ





