วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประจิน' ปธ.พิธีลงนามMOU บริหารจัดการขยะอบจ.กับเอกชน

รองนายกฯประจิน เป็นประธานพิธีลงนามสัญญา อบจ.ระยองกับบริษัทเอกชน บริหารจัดการขยะครบวงจรแปลงเป็นเชื้อเพลิง

วันที่ 28 ธ.ค. 59 ที่ศูนย์บริหารจัดการขยะแบบครบวงจร อบจ.ระยอง ต.ทับมา อ.เมืองระยอง พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาให้เอกชนเข้าดำเนินโครงการบริหารจัดการขยะครบวงจร ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง (อบจ.ระยอง)

โดยนายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองกับนายเติมชัย บุนนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอลเพาเวอร์ ซินเนอรี่ จำกัด (มหาชน) หรือGPSC ลงนามในสัญญาดังกล่าว เพื่อพัฒนาระบบการจัดการขยะมูลฝอยไปสู่เทคโนโลยีการแปลงขยะมูลฝอยเป็นพลังงาน (Waste to Energy)ซึ่งเป็นกลไกในการพัฒนาพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในจังหวัดระยอง เพื่อแก้ไขปัญหาขยะที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่จังหวัดระยอง นำมาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง ถือเป็นการสนองนโยบายรัฐบาล สอดคล้องการจัดการขยะมูลฝอยของจังหวัด และเป็นการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ“ประเทศไทยไร้ขยะ” โดยมีนายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้


นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง กล่าวว่า โครงการบริหารจัดการขยะครบวงจรของจังหวัดระยอง (แปลงเป็นเชื้อเพลิง) เป็นโครงการต่อยอดจากการดำเนินการของศูนย์ขยะมูลฝอยของจังหวัดระยอง ที่ อบจ.ระยองมีหน้าที่ในการรวบรวมขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดระยองส่งให้ บ.GPSCปริมาณวันละ500 ตัน โดย บ.GPSCจะใช้เทคโนโลยีคัดแยกขยะโดยแปลงเป็นเชื้อเพลิงแห้งRefuse Derived Fuel (RDF)โดยขยะสดจะนำไปแปลงเป็นเชื้อเพลิงแห้งRDFที่มีค่าความร้อนประมาณ4,000กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม ซึ่งสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในการะบวนการผลิตไฟฟ้าและโรงปูนซีเมนต์ ส่วนขยะอินทรีย์ทาง อบจ.ระยองจะนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตสารปรับปรุงดินสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้สำหรับเชื้อเพลิงRDFและขยะรีไซเคิลที่ได้เป็นของ บ.GPSCดังกล่าว คาดว่าจะสามารถผลิตได้ประมาณ30 – 50เปอร์เซ็นต์ของขยะสดที่เข้าสู่กระบวนการ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของขยะในแต่ละปี คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาสแรกของปี2561 โดยโครงการนี้มีอายุสัญญาร่วมดำเนินงาน22ปี ตั้งแต่วันลงนาม

ด้านพลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวนี้ถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาขยะแบบครบวงจรและมีรูปแบบที่มีประสิทธิภาพเป็นไปตามแนวทางของรัฐบาลต้องการวางยุทธศาสตร์ของจังหวัดระยอง ให้เป็นพื้นที่รองรับการลงทุนที่สำคัญของประเทศตามนโยบายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ในการขับเคลื่อนไทยแลนด์4.0จึงเป็นมิติแห่งความร่วมมือที่สำคัญระหว่างภาครัฐและเอกชนในการดำเนินการปัญหาขยะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและครบวงจร จนสามารถทำให้ขยะที่เกิดขึ้นสร้างมูลค่าทั้งในแง่เศรษฐกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อมไปในคราวเดียวกันด้วย