วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

รอยสตั๊ด : โค้ชต่างชาติของทีมชาติไทย

รอยสตั๊ด  :  โค้ชต่างชาติของทีมชาติไทย

ในขณะนี้ คงไม่มีเรื่องใดจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์และลุ้นระทึก

 เท่ากับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้งกับทีมชาติไทย เมื่อมีข่าวว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะจ้างโค้ชชาวต่างชาติมาทำทีมแทน เมื่อสัญญากับ เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองจะหมดลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2560

วันนี้รอยสตั๊ดจะย้อนไปดูผลงานของโค้ชนอกระดับตำนานของเมืองไทย ว่าทำไมต้องเลือกใช้พวกเขา

ในอดีตที่ผ่านมาสมาคมฯ จะได้รับความร่วมมือในรูปแบบความช่วยเหลือจากสมาพันธ์ฟุตบอลเยอรมัน คนแรกที่ขอกล่าวถึง คือ “ขรัวเฒ่าลูกหนังโลก” มร.เดทมาร์ คราเมอร์ อดีตโค้ชสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ท่านผู้นี้เคยเดินทางมาเมืองไทยหลายครั้งในฐานะวิทยากรของฟีฟ่า โดยเป็นผู้ประสานงานให้ทีมชาติไทยได้ไปฝึกที่เยอรมนีเมื่อ พ.ศ. 2508 เป็นเวลาร่วม 2 เดือน

นอกจากเป็นอาจารย์ของ “ปรมาจารย์ฟุตบอลเมืองไทย” พล.ต.สำเริง ไชยยงค์ และ นายฉัตร หรั่งฉายา จนในที่สุดได้เป็นโค้ชทีมชาติชุดซีเกมส์ พ.ศ. 2540 แต่ก็ต้องพบปัญหาเดิมๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกผู้เล่น ที่เขาต้องการเน้นนักเตะหน้าใหม่แทนการใช้นักฟุตบอลที่อายุใช้งานเหลือน้อยเข้าร่วมทีมชาติ จึงตัดสินใจบินกลับเยอรมนีแทนการเดินทางไปอินโดนีเซียกับทีมชาติไทย

คนต่อมา คือ มร.กุนเธอร์ กลอมป์ อดีตนักเตะทีมชาติเยอรมนีผู้เข้ามาทำทีมในไทยตามคำแนะนำของ มร.คราเมอร์ด้วยรูปแบบการเล่นฟุตบอลสมัยใหม่ จนทำให้สโมสรธนาคารกรุงเทพและสโมสรราชประชานุเคราะห์ได้แชมป์ถ้วย ก และควีนส์คัพ หลายสมัย ก่อนได้รับหน้าที่โค้ชทีมชาติไทยชุดโอลิมปิก ค.ศ. 1968 (พ.ศ. 2511)

ทศวรรษต่อมา เมื่อมีเรื่องราวของการ “ล้มบอล” ในวงการลูกหนังแถบอาเซียน สมาคมจึงได้โค้ชอย่าง มร.โบการ์ด ซีเซ ทำทีมคว้าแชมป์ซีเกมส์ 2528 โดยกล้าสวนกระแสไม่เอาดาราดังร่วมทีม“เทพเจ้าชาวบราซิล” มร.คาร์ลอส โรแบร์โต คาร์วัลโญ สร้างสายเลือดใหม่กับแชมป์ 3 รายการระหว่าง พ.ศ. 2531-2533 และ “เจ้าเครายักษ์” มร.ปีเตอร์ วิธ นำทีมไทยเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายของเอเชียเป็นครั้งแรก ในฟุตบอลโลก ค.ศ. 2002 ด้วยจิตวิทยาในการหล่อหลอมทีม

นั่นคือส่วนหนึ่งของโค้ชชาวต่างชาติที่ประสบความสำเร็จกับทีมชาติไทย แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกับโค้ชคนไทยของเราเอง ทั้งนี้ อุปสรรคสำคัญประการหนึ่ง คือสมัยก่อนยังเป็นแค่ฟุตบอลสมัครเล่น ดังคำสัมภาษณ์ของ มร.ซีเซ่ ว่า “ถ้าหากนักเตะทีมชาติไทยคนใดได้เปลี่ยนหน้าที่ขึ้นไปเป็นโค้ชในอนาคต อาจจะนึกถึงผมว่าทำไมจะต้องปฏิบัติตัวกับนักฟุตบอลอย่างเข้มงวด ถ้าไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมที่จะเกิดขึ้นกับทีมอย่างเช่นในวันนี้”

หากย้อนมองหลายชาติในเอเชียที่ก้าวไปสู่ทีมระดับแนวหน้าของทวีป ต่างก็เริ่มจากโค้ชต่างชาติที่เข้ามาวางรากฐาน และมุมมองที่แตกต่างจากระบบเดิม และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เหล่านั้น จนมีทุกวันนี้บนถนนสายฟุตบอลโลก