วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คืบหน้าเซลล์หลอกขายเครื่องซักผ้ามือสอง ให้ผัวเมียตาบอด

คืบหน้า! กรณีสองผัวเมียตาบอดที่บุรีรัมย์ ถูกเซลส์หลอกขายเครื่องซักผ้ามือสองให้ แต่อ้างเป็นเครื่องใหม่

(24 ธ.ค.59) ความคืบหน้ากรณีที่ นายสนั่น ฉิวรัมย์ อายุ 44 ปี และ น.ส.รจนา วังครอง อายุ 34 ปี สองสามีภรรยาพิการทางสายตา (ตาบอด)ทั้งคู่ ที่ได้เช่าห้องแถวเลขที่ 246/22 ตั้งอยู่ถนนนิวาศ ตรงข้ามตลาดแฮปปี้ไลท์ ตำบลในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เปิดเป็นร้านบริการนวดแผนไทยเพื่อเลี้ยงชีพ ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม

 กรณีที่เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ได้มีเซลส์แมนของบริษัทขายเครื่องไฟฟ้าแห่งหนึ่งมาติดต่อขายเครื่องซักผ้าให้ โดยบอกว่าเป็นเครื่องซักผ้าใหม่แบบ 2 ถังขนาด 11 กิโลกรัม จะขายให้ในราคา 18,000 บาท ทั้งเสนอเงื่อนไขให้ว่าจะออกเงินดาวน์จำนวน 1,490 บาทให้ก่อน จากนั้นก็ส่งผ่อนเป็นงวดๆ ละ 803 บาทจึงตกลงซื้อ แต่พอถึงวันนัดส่งสินค้าก็มีเพียงเครื่องซักผ้ามาส่ง แต่ไม่ได้บรรจุกล่องและไม่มีคู่มือการใช้งาน ด้วยความเชื่อใจเซลส์ที่มาติดต่อขายจึงไม่ได้ทักท้วงอะไร แต่พอผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ เครื่องซักผ้าเกิดมีปัญหารั่วน้ำไหลซีมออกตลอดเวลา พอเพื่อนบ้านมาช่วยดูเครื่องซักผ้าให้ก็บอกว่าน่าจะเป็นเครื่องมือสองไม่ใช่เครื่องใหม่ เพราะมีร่องรอยขูดขีดหลายจุด อีกทั้งในใบสัญญายังระบุราคาซื้อขาย 20,762 บาท ซึ่งไม่ตรงกับที่เซลส์มาเสนอให้ในราคา 18,000 บาท

สองสามีภรรยาจึงเรียกร้องให้ทางบริษัทคืนเงินดาวน์ค่างวด และยกเครื่องซักผ้าที่ถูกเซลส์หลอกขายกลับคืน เพราะมองว่าเป็นการหลอกลวงผู้บริโภคโดยเฉพาะตนและภรรยาเป็นผู้พิการทางสายตาด้วย

ขณะที่ล่าสุดทางบริษัทได้มอบหมายให้ผู้จัดการสาขาที่บุรีรัมย์ นำเงินดาวน์ ค่างวด มาคืนให้กับสองสามีภรรยา และยอมยกเครื่องซักผ้าที่มีปัญหากลับคืน ตามที่สองสามีภรรยาเรียกร้องแล้ว  โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบกับกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งได้กล่าวขอโทษสองสามีภรรยาด้วยว่าเกิดจากความบกพร่องของเซลส์ ซึ่งทางบริษัทก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนพร้อมตัดเงินเดือนเพื่อเป็นการทำโทษพนักงานคนดังกล่าวด้วย 

ด้านสนั่น ฉิวรัมย์ ผู้เสียหาย กล่าวว่า รู้สึกพอใจและขอบคุณทางบริษัทที่ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับกรณีที่เกิดขึ้น   หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวตนกับภรรยา ก็จะไม่ซื้อเครื่องซักผ้าเงินผ่อนผ่านเซลส์อีก เพราะเกรงจะเกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก แต่จะเก็บออมเงินจากการทำอาชีพนวดแผนไทย ไว้ซื้อเครื่องซักผ้าเป็นเงินสด และหากซื้อก็จะให้ญาติหรือเพื่อนบ้านช่วยดูให้ด้วย แต่ช่วงนี้ก็คงจะซักมือไปก่อนเพราะยังไม่มีเงินซื้อเครื่องซักผ้าใหม่ พร้อมอยากฝากถึงเซลส์ด้วยว่าให้ซื่อสัตย์ในอาชีพไม่ควรจะไปหลอกลวงลูกค้าหรือผู้บริโภค โดยเฉพาะคนพิการที่ด้อยโอกาสกว่าคนปกติ เพราะนอกจากจะไม่ซื่อสัตย์ในวิชาชีพแล้ว ยังสร้างความเสียหายให้กับทางบริษัทด้วย