รวบหนุ่มใหญ่สุดกร่าง เบ่งใส่ตำรวจอ้างเป็น "พันเอกพิเศษ" นายทหารติดตามรมว.กระทรวงใหญ่ สิ้นท่าถูกจับ หลังกินร้านอาหารแล้วชักดาบ
ร.ต.อ.พิชิต เกื้อมา พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช คุมตัวนายปิยะจันทร์ อายุ 41 ปี หรือชื่อเดิมคือ นายสุพจน์ หลังจากที่แอบอ้างตัวเป็นพันเอก (พิเศษ) นายทหารติดตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงใหญ่ที่ตั้งอยู่แถวคลองหลอด มาทำการสอบสวนขยายผล หลังจากที่ได้จับกุมตัวไว้เมื่อคืนที่ผ่านมา ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมืองทุ่งสง หลังจากที่แอบอ้างตัวเป็นนายทหารระดับสูงกินแล้วไม่จ่ายเงินจนถูกผู้จัดการร้านแจ้งความดำเนินคดี
โดยมีพฤติการณ์ก่อนจับกุม เมื่อคืนที่ผ่านมา พบว่าในขณะที่ ร.ต.อ.สุริยา คงอินทร์ รอง สว.ส.ทุ่งสง เข้าไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งหมู่ที่ 2 ตำบลชะมาย อำเภอทุ่งสง ปรากฏว่าพบนายปิยะจันทร์ ซึ่งแต่งกายกางเกงสีขี้ม้า สวมเสื้อยืดลักษณะแต่งแบบครึ่งท่อนเหมือนนายทหารระดับสูง ได้ถามพนักงานร้านว่า ร.ต.อ.สุริยา ซึ่งนั่งอยู่ในอีกโต๊ะเป็นตำรวจทุ่งสงหรือไม่
ขณะที่พนักงานในร้านบอกว่าใช่ หลังจากนั้น นายปิยะจันทร์ หรือสุพจน์ ได้ปรี่เข้ามาแสดงตัวกับร.ต.อ.สุริยา และต่อว่าต่อขานทำนองว่าตำรวจ สภ.ทุ่งสง ไม่ให้เกียรตินายทหารโดยการเรียกตรวจบัตรประชาชนที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองทุ่งสง ทั้งที่เป็นถึงพันเอกพิเศษและยังเป็นนายทหารติดตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงใหญ่ที่ตั้งอยู่แถวคลองหลอด
ขณะที่ ร.ต.อ.สุริยา ไม่มั่นใจว่าเป็นนายทหารระดับสูงจริงหรือไม่ ด้วยความเกรงใจจึงไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ เนื่องจากไม่ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนที่จะปลีกตัวออกไปจากร้านอาหาร
ต่อมา ในช่วงดึกปรากฏว่าผู้จัดการร้านอาหาร ได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีผู้เข้าไปใช้บริการรับประทานอาหารในร้านแล้วไม่จ่ายเงิน โดยมีมูลค่าเพียง 1 พันบาทเศษเท่านั้น หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ทุ่งสง ได้เข้าตรวจสอบพบว่านายปิยะจันทร์ หรือสุพจน์ ยังแสดงตัวเป็นนายทหารจึงคุมตัวมายัง สภ.ทุ่งสง และคุมตัวดำเนินคดีเบื้องต้นในข้อหาฉ้อโกง
ต่อมาในช่วงเช้าของวันนี้ พ.ต.อ.คมสัน พฤกษวณิช ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งสง ประสานกับ สารวัตรทหารมณฑลทหารบกที่ 43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร เข้าตรวจสอบสถานะความเป็นทหาร ปรากฏว่านายปิยะจันทร์ หรือนายสุพจน์ เป็นคนธรรมดา และมีประวัติเคยต้องคดีหลายคดี รวมทั้งมีความประพฤติตัวแอบอ้างเป็นนายทหารสูงเสมอจนมีฉายาว่า “เสธ.พจน์” จนเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปโดยเฉพาะในเขตตัวเมืองนครศรีธรรมราช แต่หลังจากที่ต้องคดีและถูกจำคุกได้เปลี่ยนชื่อจากสุพจน์เป็น ปิยะจันทร์ จนมาถูกจับกุมอีกครั้งในท้องที่ สภ.ทุ่งสง





