ผบช.ภ.4 ปิดคดีโจรหน้ากากงัดบ้านจัดสรรกว่าครึ่งร้อยหลัง ผู้เสียหายที่สูญเสียทรัพย์สินจากโจรรายนี้ 33 ราย จาก 9 หมู่บ้านจัดสรร
ผบช.ภ. 4 ขอนแก่น พร้อมตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ร่วมแถลงผลงานของ ตำรวจสายตรวจ 191 ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ตำรวจสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี ที่สามารถจับกุมปิดคดี “โจรหน้ากากงัดบ้านจัดสรรกว่าครึ่งร้อยหลัง” หรือ “โจรออฟเดอะเยียร์” โดยมีผู้เสียหายที่สูญเสียทรัพย์สินจากโจรรายนี้ 33 ราย จาก 9 หมู่บ้านจัดสรร มาร่วมฟังแถลงข่าว และมอบดอกไม้ให้กำลังใจตำรวจ
ซึ่งการจับกุมคนร้ายครั้งนี้ มีผู้ต้องหา 1 คน คือ นายปฏิภาณ หรือโอ ชำนาญพรหม อายุ 22 ปี อยู่เลขที่109 ม.14 บ.ตาดใต้ ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหารับสารภาพ ไม่ได้นำตัวมาแถลงข่าว โดยนำของกลางบางส่วนที่ติดตามคืนได้ ให้เจ้าของบ้านดู ประกอบด้วย เงินเหรียญ, ทองรูปพรรณ, นาฬิกาโบราณราคาแพง, เหรียญ ร.5, พระเครื่อง, โน๊คบุ๊ค, ไอแพท, กระเป๋า, เสื้อผ้า, มีดทำครัว และ รถ จยย.ที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ 3 คัน ขณะที่ทองรูปพรรณ เงินสดส่วนใหญ่คนร้ายใช้ไปหมดแล้ว
พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา มีเหตุคนร้ายก่อเหตุงัดบ้านประชาน ตามบ้านจัดสรร ย่านชานเมืองอุดรธานี ติดต่อกันได้ทรัพย์สินมากกว่า 33 ราย หลายรายยังไม่ได้แจ้งความ เพราะคนร้ายงัดเข้าบ้านแต่ไม่ได้ทรัพย์สินไป ทางตำรวจพยายามติดตามจับกุมคนร้าย เพราะสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนจำนวนมาก และได้ทำการขอความร่วมมือจากประชาชนและเจ้าของบ้าน จนสามารถจับกุมคนร้ายได้ เมื่อประชาชนแจ้งเบาะเมื่อ 03.30 น.ของคืนวันก่อน พบผู้ต้องสงสัยเข้ามาในหมู่บ้าน สายตรวจ 191 ไปถึงที่เกิดเหตุจับกุมคนร้ายทันที
“ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน พบว่าลายนิ้วมือแฝงคนร้าย ไปตรงกับที่ก่อเหตุหลายครั้ง รวมทั้งเสื้อผ้าที่คนร้ายสวมใส่ ตรงกับภาพวงจรปิดที่บันทึกได้ และนาฬิกาโบราณฝังเพชร ที่สวมใส่อยู่ได้โจรกรรมมา จึงยอมรับสารภาพว่า ลงมือก่อเหตุงัดบ้านเพียงคนเดียว เอาเงินไปจ่าย เที่ยว เล่น และเสพยาเสพติดจนหมด ทางตำรวจจึงได้ติดตามตรวจยึดของกลางคืนมาบางส่วน ซึ่งตำรวจยังขยายผลให้เจ้าของบ้านที่ถูกงัด แม้คนร้ายจะไม่ได้ทรัพย์สินไป ขอให้มาแจ้งความไว้ รวมทั้งเหตุงัดบ้านรายอื่น ๆ ที่เชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้ไปเกี่ยวข้อง”
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 ธันวาคม ที่ห้องประชุม กองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา
พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี กล่าวว่า ผู้ต้องเคยถูกจับคดีเกี่ยวกับทรัพย์ และยาเสพติดช่วงเป็นเยาวชน หลังรับโทษแม่คนร้ายฝากเข้าทำงาน ในโรงอาหารของหน่วยงานหนึ่ง แต่ก็ยังออกมาก่อเหตุอีก โดยช่วงกลางวันคนร้ายจะขี่รถ จยย.ของตนเอง หรือของญาติ มาดูลาดเลาบ้านเป้าหมายไว้ก่อน และย้อนกลับมาก่อเหตุช่วงกลางคืน ด้วยการสวมหน้ากาก หรือเสื้อคลุมหน้า ปีนรั้วเข้าไปใช้มีดทำครัว งัดหน้าต่างกระจกแบบบานเลื่อน จากด้านล่างดันให้สลักหลุด เมื่องัดบ้านเข้าไปแล้ว จะค้นเอาเฉพาะเงิน ทองรูปพรรณ และของมีค่าอื่นที่ชิ้นไม่ใหญ่ เพื่อจะได้ง่ายต่อการหลบหนี
“คนร้ายจะไม่ขโมยสิ่งของชิ้นใหญ่ และก่อนลงมือก่อเหตุ จะขี่รถจยย.จอดไว้ห่างจากบ้านที่จะลงมือ เผื่อไว้หากถูกจับได้ หรือเจ้าของบ้านตื่นมาเห็น จะได้วิ่งหลบหนีไปเอารถ จยย.ขี่หลบหนีไป ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ มีเจ้าของบ้านตื่นมา พบคนร้ายจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ และเพื่อนบ้านก็ช่วยกันกับตำรวจจนจับกุมคนร้ายได้ และเมื่อถูกจับกุม จึงรับสารภาพว่าก่อเหตุมามากกว่า 50 ครั้ง แต่บางครั้งจะไม่ได้ทรัพย์สินไป และบางครั้งได้ของมีค่าไปแต่ไม่รู้จัก ก็โยนทิ้งตามป่าข้างทาง ซึ่งจะนำตัวไปค้นหาของกลางที่คนร้ายโยนทิ้งไปอีกครั้ง นับว่าปิดฉากโจรออฟเดอะเยียร์ ไปได้รายหนึ่ง
ด้าน นายวงศ์สุระ สมดี ข้าราชการบำนาญ ประธานชุมชนรุ่งเรืองธานี 5 หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ชุมชนของเรามีการตั้งกลุ่มไลน์ชื่อกลุ่ม “รุ่งเรืองธานี5” เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เมื่อมีเหตุงัดบ้านจัดสรรติด ๆ กัน ทุกคนก็มีความเป็นห่วงมาก ส่งข่าวให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เช้าวันก่อนลูกบ้านแจ้งว่า ต้นลีลาวดีหักเหมือนคนปีนเข้าบ้าน ก็แจ้งเตือนชาวบ้านในกลุ่ม จนเวลา 03.30 น. คืนเกิดเหตุ แม่บ้านในหมู่บ้านที่กลัวจนนอนไม่หลับ แจ้งเข้ากลุ่มเห็นคนร้ายปีนเข้าบ้านตรงข้าม จึงออกไปดู และแจ้งตำรวจที่ประสานงานไว้ ไม่นานตำรวจสายตรวจก็มาถึง จึงออกไปไล่จับคนร้ายจนได้ตัวด้วยกัน

