อธิบดีกรมศุลกากร จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เตือนหยุดขาย เสียหาย46ล้าน
ที่กรมศุลากากร เมื่อเวลา11.00น. วันที่ 20 ธันวาคม นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย นายวรชิต เดชบวรลักษณ์ หัวหน้าฝ่ายปราบปรามระบบ2 สำนักสืบสวนและปราบปรามกรมศุลกากร ร่วมกันแถลงผลการจับกุม สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา(IPR) และเนื้อกระบือสดแช่แข็ง กว่า 229 รายการ รวมมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท
นายกุลิศ กล่าวว่า สืบเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงมีการลักลอบขนส่งสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาบ่อยครั้ง จึงอนุมัติแผนปฏิบัติการพิเศษกรมศุลกากรประจำปีงบประมาณ 2560 เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าเกษตร ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค.59 - 28 ก.พ.60 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่จับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา 3 ครั้ง โดยครั้งแรกสามารถตรวจยึดเนื้อกระบือแช่แข็ง จำนวน 800 กล่อง หนักประมาณ 16,000 กก. มูลค่ากว่า 1,600,000 บาท ครั้งที่สองสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา ลักลอบหนีศุลกากร อาทิ กระเป๋า เสื้อ รองเท้า นาฬิกา ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดเป็นสินค้าแบรนด์เนม กว่า 129 รายการ มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท และครั้งที่สามเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา หลีกเลี่ยงศุลกากร คือสินค้าที่มาจากจีน ทั้งหมด กว่า 100 รายการ มูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 46,600,000 บาท
นายกุลิศ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่าเนื้อกระบือแช่แข็งนำเข้ามาแถบชายแดนใต้ เพื่อนำมาเก็บในโกดังสินค้าที่กทม. ก่อนจะกระจายส่งตามบริษัท หรือร้านอาหารต่างๆ และเนื้อกระบือมีสารปนเปื้อน หรือ สารอีโคไลย หากรับประทานเข้าไปจะเกิดอาการปากเปื่อยและท้องร่วง ซึ่งหลังจากนี้จะนำเนื้อแช่แข็งทั้งหมดส่งให้กับกรมปศุสัตว์ทำลาย ส่วนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดนั้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้บริเวณตะเข็บชายแดน ขณะที่สินค้าทั้งหมดถูกลำเลียงเข้าโกดังในกทม. ก่อนจะกระจายส่งตามร้านค้า และตลาดนัด ซึ่งหลังจากนี้จะส่งให้นิติกรกรมศุลกากรดำเนินการตามกฎหมาย
นายกุลิศ กล่าวอีกว่า สำหรับการจับกุมครั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า กรมศุลกากรไม่ได้นิ่งนอนใจ กับการลักลอบนำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา เข้ามาจำหน่ายในกทม. ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรจับตาดูอยู่ตลอด ทั้งในท่าเรือ สนามบิน และชายแดน จึงอยากฝากไปถึงพ่อค้า แม่ค้าที่จำหน่ายสินค้าละเมิดต่างๆ ให้หยุดกระทำการดังกล่าว





