กาฬสินธุ์ อากาศหนาวฉับพลัน กุ้งน็อคตาย หวั่นกุ้งขาดตลาด
เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามเดือดร้อน จากอาการหนาว กุ้งก้ามกรามปรับตัวไม่ทัน เริ่มน็อคตาย หวั่นกุ้งขาดตลาด
เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามเดือดร้อน จากอาการหนาว กุ้งก้ามกรามปรับตัวไม่ทัน เริ่มน็อคตาย หวั่นกุ้งขาดตลาด
จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของชาวบ้านในช่วงฤดูแล้ง ที่จังหวัดกาฬสินธุ์พบว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม กำลังประสบปัญหาในการบริหารจัดการในบ่อกุ้ง ทำให้กุ้งในบ่อที่กำหนดจับขาย ในหน้าเทศกาลปีใหม่เกิดการน็อคตายจำนวนมาก บางรายต้องระดมสูบน้ำจากบ่อสำรองเติมในบ่อเลี้ยงกุ้ง บางรายต้องคว่ำบ่อจับขายโดยไม่เลือกขนาดว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ซึ่งผู้เลี้ยงกุ้งระบุว่ายังดีกว่าที่จะปล่อยเลี้ยงต่อไป ที่ต้องเสี่ยงกับการน็อคตาย ทำให้ขาดทุน
นางโสรญากรำมะเลิง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง บ้านตูม หมู่4 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในช่วงหน้าแล้งนี้ ที่สภาพอากาศแปรปรวน ตอนกลางคืนถึงเช้าหนาวเย็น ขณะที่กลางวันร้อนจัด ประกอบกับไม่มีน้ำเปลี่ยนถ่ายในบ่อกุ้ง เนื่องจากเขื่อนลำปาวยังปิดการส่งน้ำ ซึ่งได้ปิดมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อให้ชาวนาเกี่ยวข้าวและซ่อมแซมคูคลองที่ชำรุด จนถึงขณะนี้กว่า1เดือนยังไม่เปิดส่งน้ำ ทำให้น้ำในบ่อกุ้งเกิดการเน่าเสีย จึงเป็นสาเหตุให้กุ้งปรับตัวไม่ทันและเริ่มน็อคตายลงทุกวัน
“ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามประสบความเดือดร้อน บริหารจัดการยาก และประสบปัญหาเดียวกันคือน้ำเสีย กุ้งน็อคตายต้องคอยระวังโดยหมั่นตรวจเช็คสภาพบ่อกุ้งตั้งแต่เช้ามืด ขณะที่ผู้เลี้ยงกุ้งหลายรายจับกุ้งออกขายก่อนกำหนด โดยไม่เลือกขนาดว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ดีกว่าจะปล่อยเลี้ยงต่อไปที่ต้องเสี่ยงกับการน็อคตาย และทำให้ขาดทุน สำหรับตนเลี้ยงกุ้ง 3 บ่อ กำหนดจับขายช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่เมื่อเกิดปัญหากุ้งเริ่มน็อคตายจึงได้ขอแรงญาติพี่น้อง ช่วยกันเฝ้าระวัง และสูบน้ำในบ่อสำรองเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งก่อนที่จะน็อคตายทั้งบ่อ” นางโสรญา กล่าว
จากสถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มที่กุ้งก้ามกราม ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจอันดับหนึ่ง ขายดีในช่วงเทศกาลปีใหม่ เคยมีเงินสะพัดกว่า 40 ล้านบาท เกิดภาวะขาดตลาด ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยขณะนี้ราคาจำหน่ายที่ปากบ่อ ก.ก.ละ 250 บาท ตามท้องตลาดทั่วไป 340-500 บาท ตามขนาดตัวกุ้งและระยะทางขนส่ง







