เด็กหญิงวัย7ขวบปลื้มใจได้ถวายงาน'สมเด็จพระเทพ'

"น้องก้าน" เด็กหญิงวัย 7 ขวบสุดปลื้ม "สมเด็จพระเทพฯ" ทรงโอบพาหลบฝนในอาคารขณะกำลังถวายงานเป็นมัคคุเทศก์น้อย
การเสด็จพระราชดำเนิน ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปทรงเปิดศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภูดานกอย ต.คำโพน อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ ซึ่งกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญชา เพื่อให้เด็กด้อยโอกาสในท้องถิ่นทุรกันดารได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยการเสด็จพระราชดำเนินไปครั้งนี้ เพื่อทรงติดตามความก้าวหน้าจากที่ได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้กับโรงเรียน ตชด. โดยมีนักเรียน ครูตำรวจตระเวนชายแดน ข้าราชการและประชาชน คอยรับเสด็จในครั้งนี้
สำหรับบรรยากาศเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 59 ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมศูนย์ การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภูดานกอย ทางโรงเรียนได้ให้ ด.ญ.วิชุดา ปิ่นสุข หรือ น้องก้าน อายุ 7 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์น้อย แนะนำศูนย์การเรียนต่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี โดยระหว่างที่แนะนำ ด.ญ.วิชุดา ใช้คำราชาศัพท์ได้อย่างคล่องแคล่วจนเป็นที่โปรดปราน ระหว่างที่ด.ญ.วิชุดา กำลังถวายงานอยู่นั้น เกิดฝนตกลงมา สมเด็จพระเทพฯ ทรงโอบเด็กหญิงมาหลบฝนในอาคารพร้อมกัน ทรงพระเมตตาต่อเด็กยากจนอย่างไม่ถือพระองค์ สร้างความปิติให้กับข้าราชการและพสกนิกรที่มาเข้าเฝ้ารอรับเสด็จ และกลายเป็นภาพแห่งความประทับใจของพสกนิกรชาวไทย และมีการกล่าวขวัญถึงด.ญ.วิชุดา กันอย่างกว้างขวาง
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภูดานกอย ต.คำโพน อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ เพื่อติดตามเรื่องราวชีวิตของเด็กหญิงวัย 7 ปี ที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดถวายงาน ต่อสมเด็จพระเทพฯ เป็นมัคคุเทศก์น้อย เมื่อไปถึงโรงเรียนพบด.ญ.วิชุดา กำลังเรียนหนังสืออยู่กับเพื่อนๆในห้องเรียน ด้วยท่าทางช่างพูดช่างจา แววตาที่สดใส สนใจเรียนหนังสือ พูดจาโต้ตอบเวลาที่ครูถาม ถือเป็นเอกลักษณ์ของเด็กหญิง ที่ทำให้ได้รับการคัดเลือกเพียงหนึ่งเดียวจากนักเรียนทั้งหมด 70 คน
ส.ต.ต.ภัชรีภรณ์ พิมพ์ปัด ครูประจำชั้นด.ญ.วิชุดา กล่าวว่า หลังจากที่ทางโรงเรียนทราบข่าวการเสด็จพระราชดำเนินของสมเด็จพระเทพฯ ครูในโรงเรียนได้คัดเลือก ด.ญ.วิชุดา ให้เป็นมัคคุเทศก์น้อยตามเสด็จถวายงาน ตลอด 3 เดือนเด็กหญิงฝึกจำข้อมูลแต่ละฐานที่ทางโรงเรียนได้จัดขึ้น 8 ฐานทั้งกิจกรรมอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การผลิตอาหารปลาและอาหารไก่ จากวัสดุในท้องถิ่น และการปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ เป็นต้น ซึ่ง ด.ญ.วิชุดาทำได้ดี เมื่อมีข้อสงสัยจะซักถามทันที
“น้องก้านเป็นเด็กที่ร่าเริง ให้ความร่วมมือกับกิจกรรม คอยช่วยเหลือและแนะนำเพื่อนที่เรียนอ่อนกว่า น้องก้านจะมาโรงเรียนแต่เช้า แล้วมากวาดห้องเรียน เสนอตัวช่วยคุณครู เขาจะทราบว่าโรงเรียน ตชด ทุกแห่ง ได้มีการเรียนการสอนเพราะความเมตตากรุณาของสมเด็จพระเทพฯ น้องก้านจึงคอยถามเสมอว่า พระองค์ท่านจะมาเมื่อไร อยากเจอพระองค์ท่าน อยากตามเสด็จ อยากแนะนำโรงเรียน ให้พระองค์ได้มาดูแปลงผัก เห็นความตั้งใจของนักเรียน รวมถึงความกระตือรือร้น ทางโรงเรียนจึงเลือกน้องก้าน มาเป็นมัคคุเทศก์ตามเสด็จพระองค์ หลังจากภาพที่พระองค์โอบน้องก้านหลบฝน ทำให้น้องก้านยิ่งรักพระองค์ ซึ่งเป็นความสุขที่เด็กคนหนึ่งได้รับพระกรุณาจากพระองค์ท่าน”ส.ต.ต.ภัชรีภรณ์ กล่าว
ไม่เพียงแต่เด็กหญิงเท่านั้น ความปลาบปลื้มยินดีนี้ยังเกิดกับพสกนิกรทุกคนที่รอรับเสด็จ โดยเฉพาะนางไร ดอกไม้ วัย 44 ปี ผู้เป็นแม่ ภาพที่สมเด็จพระเทพฯทรงโอบลูกสาวตัวน้อยไปหลบฝน ยังเป็นภาพที่ติดอยู่ในความทรงจำ ทันทีที่เห็นน้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว
นางไร เล่าว่า แต่งงานอยู่กินกับสามี มีลูกสาว 3 คน ด.ญ.วิชุดา เป็นลูกคนสุดท้อง ลูกคนโตพิการ และลูกคนกลางกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียนขยายโอกาสในตำบล กระทั่งด.ญ.วิชุดา อายุ 3 ขวบ สามีเสียชีวิต ด้วยความยากจน ไม่มีเสาหลักครอบครัว จึงต้องไปทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพมหานคร โดยฝากลูกทั้ง 3 คนให้อยู่กับลุงและป้า นานๆจึงได้กลับบ้านมาเยี่ยมลูกสักครั้ง ส่วนครั้งนี้ตั้งใจกลับบ้าน หลังทราบข่าวว่าสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินเปิดศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภูดานกอย จึงตั้งใจกลับบ้านมารอรับเสด็จ โดยที่ไม่รู้ว่าลูกสาวคนเล็กรับคัดเลือกให้เป็นมัคคุเทศน์น้อยเข้าถวายงาน
“วันที่สมเด็จพระเทพฯท่านเสด็จมา ทางโรงเรียนจัดโซนไว้ให้ สำหรับชาวบ้าน ข้าราชการและนักเรียน ระหว่างที่นั่งรอมองเห็นลูกอยู่รวมกับเพื่อนๆ เมื่อท่านเสด็จมาถึง ก็เห็นลูกเข้าไปถวายงาน แนะนำตามฐานที่โรงเรียนจัดเตรียมไว้ นั่งร้องไห้ด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มใจที่ลูกมีบุญได้มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงฝนตกเห็นท่านโอบลูกสาวเข้าไปหลบฝน ยิ่งเป็นภาพความประทับใจ ที่ท่านเอ็นดู เมตตาลูกสาว ชาวบ้านเองก็พากันตื่นเต้นดีใจทั้งหมู่บ้าน เพราะเพิ่งเคยเฝ้าเสด็จสมเด็จพระเทพฯเป็นครั้งแรก ทำให้รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อจากนี้อีก 4 ปี จะกลับมารอรับเสด็จพระองค์ท่านอีกครั้ง” นางไร กล่าว
ส่วนด.ญ.วิชุดา มัคคุเทศก์น้อย บอกว่า เฝ้ารอการเสด็จของสมเด็จพระเทพฯทุกวัน เมื่อคุณครูเลือกให้เป็นผู้ถวายงาน แนะนำฐานต่างๆจึงฝึกฝน ท่องจำ หากมีคำราชาศัพท์คำใดไม่เข้าใจ จะถามคุณครูทันที ระหว่างที่ถวายงานแนะนำฐานต่างๆ วันที่สมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมจึงตื่นขึ้นมาเตรียมตัวแต่เช้า อาบน้ำแต่งตัวแล้วเดินมาโรงเรียน จนเมื่อฝนตกพระองค์ได้โอบพาหลบฝน ยิ่งทำให้เด็กหญิงซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ
“พระองค์ท่านกลัวหนูเปียก ท่านทรงกอดหนูเข้าไปหลบฝนด้วย ท่านยิ้มตลอดเวลา หนูดีใจที่พระองค์ท่านทรงมาเยี่ยมพวกหนู หนูรักพระองค์ท่าน เวลาที่คิดถึงพระองค์หนูจะดูโทรทัศน์ พอไปโรงเรียนจะดูภาพถ่ายที่คุณครูติดไว้ วันที่ท่านโอบกอดไปหลบฝน หนูรู้สึกอบอุ่นมากค่ะ”ด.ญ.วิชุดา กล่าว
สำหรับบ้านภูด่านกอย ต.คำโพน อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ ตั้งอยู่เขตรอยต่อ ระหว่าง ต.คำโพน อ.ปทุมราชวงศา กับ ต.หนองผือ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ซึ่งห่างจากชายแดนไทยลาว ประมาณ 20 กม.เป็นหมู่บ้านทุรกันดารอ้อมผ่านภูเขาเข้าไปลึก ประชากรรวม 724 คน มีทั้งหมด 178 หลังคาเรือน ส่วนมากประกอบอาชีพทำนาทำสวน ฐานะค่อนข้างยากจน สำหรับศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภูดานกอย ต.คำโพน อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ การอนุมัติให้ก่อสร้าง เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2558 มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมกันสนับสนุนวัสดุและงบประมาณการก่อสร้าง โดยมีประชาชนในพื้นที่มาร่วมมือร่วมใจกันก่อสร้าง เปิดการเรียนการสอนเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 ปัจจุบันสอนชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปัจจุบันมีนักเรียน 70 คน มีครูตำรวจตระเวนชายแดน 11 นาย ในจำนวนนี้เป็นครูคุรุทายาท 4 นาย







