วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รมว.เกษตรทำลายเนื้อสัตว์ ลักลอบนำเข้ามูลค่ากว่า20ล้าน

กรมปศุสัตว์ฝังทำลายเนื้อสัตว์ ลักลอบนำเข้ามูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และป้องกันโรคระบาด อาจจะเข้ามาภายในปท.

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 ธันวาคมนี้ ที่ด่านกักกันสัตว์นครสวรรค์ ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีฝังทำลายเนื้อสัตว์และเครื่องใน ที่กรมปศุสัตว์ตรวจยึด จากการลักลอบนำเข้าสินค้าอย่างผิดกฎหมาย มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้บริโภคภายในประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า การฝังทำลายเนื้อสัตว์ที่นำเข้าอย่างผิดกฎหมายในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากการดำเนินนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้กรมปศุสัตว์บังคับใช้กฎหมาย ในการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์อย่างเข้มงวด เพื่อยกระดับความปลอดภัยของผู้บริโภคภายในประเทศ ป้องกันโรคระบาดสัตว์และโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ที่อาจปนเปื้อนมากับสินค้าที่ลักลอบนำเข้า ซึ่งปัญหาโรคระบาดอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ของเกษตรกร สุขอนามัยของประชาชน รวมทั้งอาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจด้วย ประเทศไทยในฐานะเป็นผู้ผลิตอาหารส่งออกไปยังต่างประเทศทั่วโลก จึงต้องให้ความสำคัญในการป้องกันโรคระบาดอย่างเต็มที่

นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ โดยกองสารวัตรและกักกัน ได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย เพื่อเข้มงวดตรวจสอบการเคลื่อนสัตว์หรือซากสัตว์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ปกครอง และศุลกากร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึงปัจจุบัน มีผลการจับกุมและดำเนินคดีลักลอบนำเข้าสินค้าอย่างผิดกฎหมาย ตามกฎหมายโรคระบาดสัตว์ ซึ่งจะทำลายของกลางในครั้งนี้ จำนวน 131,461 กิโลกรัม ที่ด่านกักกันสัตว์นครสวรรค์ โดยผู้กระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีอาญา มีโทษปรับสูงสุด 200,000 บาท และโทษจำคุก 2 ปี ที่ผ่านมาศาลได้มีคำสั่งพิพากษาให้ยึดรถยนต์ของกลางของผู้กระทำผิดด้วย เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้บริโภคภายในประเทศ ในปี 2560 กรมปศุสัตว์มีแผนงานและมาตรการป้องกันและปราบปราม การลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์จากต่างประเทศ โดยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ปกครอง และศุลกากรอย่างเข้มงวดต่อไป โดยมีแผนการดำเนินงานดังนี้คือ 

1.การสุ่มตรวจสอบห้องเย็น โดยจัดชุดเฉพาะกิจเข้าตรวจสอบห้องเย็น ที่คาดว่าจะมีการลักลอบนำซากสัตว์เข้ามาเก็บไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต 2. การลาดตระเวนหาข่าวบริเวณแนวชายแดน หรือช่องทางที่คาดว่ามีจะการลักลอบ ตลอดจน ตั้งจุดตรวจสกัดกั้นการลักลอบเคลื่อนย้ายเนื้อ และเครื่องในโค-กระบือแช่แข็งจากต่างประเทศ 3. ขอความร่วมมือไปยังศุลกากร ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ร่วมกันทำงานอย่างบูรณาการ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและปศุสัตว์อย่างผิดกฎหมาย- จัดชุดทำงานเฉพาะกิจ ร่วมกับกรมประมง และกรมวิชาการเกษตร เพื่อเข้าตรวจสอบสินค้าเกษตร ณ ร้านค้าปลีกและค้าส่งทั่วประเทศขณะนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้มีการส่งเสริมและขับเคลื่อนโครงการโคเนื้อสร้างอาชีพ และการปรับโครงสร้างการผลิตโคเนื้อภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าในปี 2560 จะสามารถเพิ่มจำนวนโค-กระบือภายในประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อลดปัญหาการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์อย่างผิดกฎหมายต่อไป หากมีข้อสงสัยเรื่องการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ หรือต้องการร้องเรียนผู้กระทำผิดกฎหมาย ติดต่อกองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์