วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

จับเครือข่ายค้ายา 'กลุ่มว้า' ได้ยาบ้า8แสนเม็ด-มูลค่า200ล้าน

จับเครือข่ายค้ายา 'กลุ่มว้า' ได้ยาบ้า8แสนเม็ด-มูลค่า200ล้าน

ตร.แถลงจับเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ "กลุ่มว้าใต้" ได้ของกลางยาบ้ากว่า857,400เม็ด มูลค่า200ล้าน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 12 ธันวาคม ที่ กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รรท.ผบช.ปส. พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รรท.รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส. พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด รรท.ผบก.ปส.3 พล.ต.ต.ดุษฎี ชูสังกิจ รรท.ผบก.ปส.4 พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผกก.2 บก.ปส.3 บช.ปส พ.ต.อ.ณัทณพงษ์ หลิ่มวิรัตน์ ผกก.1 บก.ปส3 นายศิรินทร์ สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร และเจ้าหน้าที่ตำรวจบช.ปส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รายสำคัญ จำนวน 2 คดี ได้ผู้ต้องหารวม 5 คน ของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) จำนวน 857,400 เม็ด ยาเสพติดให้โทษประเภท2 ( โคคาอีน ) จำนวน 4.8 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

คดีแรก พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด รรท.ผบก.ปส.3 พร้อมด้วยพ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผกก.2 บก.ปส.3 บช.ปส พ.ต.อ.ณัทณพงษ์ หลิ่มวิรัตน์ ผกก.1 บก.ปส.3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.3 ร่วมกันจับกุมตัวนายอดุลย์ หรือดุลย์ ผกายศรีสกุล อายุ 29 ปี ชาวจ.เชียงราย นายสมชาย หรือก๊อป บอยะ อายุ 25 ปี ชาวจ.เชียงราย และ น.ส.นฤมล ภูมิวัฒน์ อายุ 22 ปี ชาวจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 70 มัด ประมาณ 140,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าย่าน รังสิต ต่อเนื่องลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาอยุธยา และบ้านเลขที่ 248/30 หมู่ที่ 5 หมู่บ้านซิตี้โฮม ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.วันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายอดุลย์ กับพวก มีพฤติการณ์ลักลอบค้ายาเสพติด และได้ติดต่อกับสายลับว่ามียาเสพติดจำนวนมากจะขาย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วางแผนทำการจับกุม โดยจัดเจ้าหน้าที่อำพรางตัวไปพร้อมสายลับ และติดต่อซื้อยาเสพติดจากนายอดุลย์ ต่อมาเวลา 13.00 น. วันที่ 8 ธ.ค. ได้มีการตกลงนัดส่งยาบ้า จำนวน 140,000 เม็ด ที่บริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง สาขารังสิต เมื่อถึงเวลานัดหมายพบนายอดุลย์ และ นายสมชาย มาพบสายลับ เมื่อตรวจนับเงินครบตามจำนวน นายสมชาย ได้พาสายลับไปรับของที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง สาขาอยุธยา ส่วนนายอดุลย์ รอรับเงินกับเจ้าหน้าที่อำพรางตัว เมื่อสายลับได้รับยาเสพติดเรียบร้อยได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทราบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้จับกุมตัวทั้งสองคนพร้อมยาเสพติดของกลางจำนวน 140,000 เม็ด ซึ่งจากการสอบสวนนายสมชาย ยังให้การรับสารภาพว่า มียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ที่บ้านเลขที่ 248/30 หมู่ที่ 5 หมู่บ้านซิตี้โฮม ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยาอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวพบ น.ส.นฤมล แฟนสาว นายสมชาย อยู่ภายในบ้าน และจากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 717,400 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดยาบ้าของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.3 ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า ) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อไป

คดีที่สอง พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รรท.ผบช.ปส. พร้อมด้วยนายศิรินทร์ สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร และเจ้าหน้าที่ตำรวจบช.ปส. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร และเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ร่วมกันจับกุมตัวนายเรเก้ เอนริเก้ อันโตนิโอ อายุ 39 ปี สัญชาติ โบลิเวีย และนางอารันซีเบีย กาเซเรส แนนซี่ อายุ 41 ปี สัญชาติ โบลิเวียพร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ( โคคาอีน ) จำนวน 14 ห่อ น้ำหนักประมาณ 4.8 กิโลกรัม โดยสามารจับกุมได้ที่อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ และที่ทำการศุลกากร ฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้สืบทราบว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดระหว่างประเทศจะลักลอบนำยาเสพติดผ่านประเทศไทย ไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว , กัมพูชา แล้วจะลักลอบนำกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้งทางชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านดังกล่าว จึงได้เฝ้าระวังและตรวจสอบผู้โดยสารที่ต้องสงสัย จนพบรายชื่อผู้โดยสารที่ต้องสงสัยคือนายเรเก้ เอนริเก้ อันโตนิ และนางอารันซีเบีย กาเซเรส แนน ทั้งคู่สัญชาติ โบลิเวีย ที่เดินทางมากับสายการบินเอธิโอเปีย แอร์ไลน์ เที่ยงบินที่ ET618 จากเมืองแอดดิสอบาบ้า ประเทศเอธิโอเปีย ปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมาแวะเปลี่ยนเครื่องต่อไปยังเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา โดยจะโดยสารไปกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยงบินที่ PG907 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้วางแผนแบ่งหน้าที่กันตรวจสอบกระเป๋าเดินทางของผู้ต้องหา ที่อาคารสำหรับกระเป๋าต่อเครื่อง และไปตรวจสอบบริเวณประตูรอรถขึ้นเครื่องสำหรับผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ

“กระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 9 ธ.ค. ผู้ต้องหาทั้งสองคนมาติดต่อเจ้าหน้าที่สายการบินของเครื่องบินที่จะเดินทางไปเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา หลังจากเจ้าหน้าที่สายการบินตรวจสอบบัตรขึ้นเครื่องเรียบร้อย ก่อนจะแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และขอตรวจสอบเอกสารพร้อมขอสัมภาษณ์ จากนั้นได้นำกระเป๋าสัมภาระของผู้ต้องหาทั้งสองคนจำนวน 2 ใบมาเปิดตรวจสอบ พบยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ( โคคาอีน ) ซุกซ่อนในขอบกระเป๋าสัมภาระของผู้ต้องหาทั้ง 2 ใบ ใบละ 2.4 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 2 ( โคคาอีน ) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” พล.ต.ต.สมหมาย กล่าว

ด้านพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ระบุว่า กรณีการจับกุมในคดีแรกพบว่ายาเสพติดมีทั้งเครือข่ายว้าใต้ ของนายจะลอโบ และว้าเหนือ เครือข่าย เปา ยู๋ เฉียง ซึ่งจากการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหามีการไปรับยาบ้ามาจากรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งมี โกกั้ง เป็นผู้ค้ารายใหญ่ของกลุ่มว้าเหนือ ทั้งนี้ยังพบว่ามีเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดอยู่ตามตะเข็บชายแดนทางภายเหนืออยู่ประมาณ 60 เครือข่าย ซึ่งทางบช.ปส.ก็จะมีการทำงานร่วมกับ ป.ป.ส. กรมศุลกากร ตม. ตำรวจพื้นที่ ช่วยกันตรวจสอบว่ามีผู้ใดทำบ้างและเชื่อมโยงกันอย่างไรก่อนรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาวางแผน เพื่อทำลายล้างเครือข่ายยาเสพติดพวกนี้ให้หมดไป อย่างไรก็ตามการจับกุมทั้ง 2 คดีนี้ มีมูลค่ารวมกันกว่า 200 ล้านบาท