"พล.ต.อ.ศรีวราห์" นัดถกแผนจับ "ธัมมชโย" อีกครั้ง 12 ธ.ค.นี้ หลังประชุมนานเกือบ 4 ชม. แต่ไม่ได้ข้อสรุป ยันกำลัง-อุปกรณ์พร้อม100%
ที่ห้องประชุม กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ดูแลงานมั่นคง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางการดำเนินการกับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
ภายหลังการประชุมนานร่วม 3 ชั่วโมงครึ่งเสร็จสิ้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า สำหรับกำหนดการเข้าจับกุมขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดได้ เนื่องจากการประชุมในวานนี้ (9ธ.ค.) เป็นการประชุมเบื้องต้นเท่านั้น แต่ยืนยันไม่ว่าอย่างไรจะต้องจับกุมตัวพระธัมมชโยให้ได้ ถ้าหากว่ายังอยู่ในราชอาณาจักร
ส่วนข่าวลือที่ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่เตรียมนำกำลังเข้าไปบุกค้นภายในวัดช่วงเช้ามืดวันอังคารหน้าที่ 13 ธันวาคมนั้น ตนยังไม่ทราบเรื่อง ส่วนจะมีการเรียกระดมมวลชนเข้ามาภายในวัดนั้นสามารถทำได้ แต่อย่ามาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ก็พอ ไม่อย่างนั้นก็คงต้องมีการดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืน
นอกจากนี้ในส่วนของกรณีการตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กบางเพจที่มีการปลุกระดมมวลชนให้มาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ หลังจากก่อนหน้านี้ทาง กสทช.ได้สั่งระงับการเผยแพร่สัญญานของสถานีโทรทัศน์ช่อง DMC นั้น เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท.แต่อย่างใด
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า กรณีที่คณะศิษยานุศิษย์พระเทพญาณมหามุนี หรือ หลวงพ่อธัมมชโย จะเข้าถวายฎีการ้องทุกข์ ณ กองงานในพระองค์ (สำนักพระราชวังใหม่) ประตูสถิตพงษ์ พระที่นั่งอัมพรสถาน กรุงเทพฯ นั้น สามารถทำได้ เพราะเป็นสิทธิ์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถก้าวล่วงได้ แต่ก็ไม่ได้กังวลในส่วนนี้แต่อย่างใด ขณะที่การเตรียมการออกหมายค้นนั้นขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะต้องรอผลการประชุมต่อเนื่องอีกครั้งในวันที่ 12 ธันวาคม แต่เชื่อว่าการประชุมในครั้งหน้าคงจะมีรายละเอียดเพิ่มกว่าเดิมแน่นอน
ส่วนการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากทางดีเอสไอต้องการที่จะทราบข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องที่ร้องขอความร่วมมือจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้การสนับสนุนอย่างไร อาทิ กำลังเจ้าหน้าที่ เฮลิคอปเตอร์ และอื่นๆอีกมากมาย แต่หากถามว่าพร้อมที่จะจับกุมพระธัมมชโยหรือไม่นั้น ยืนยันว่าเราพร้อม100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ต้องรอนั้นเนื่องจากต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเราทำได้เพียงแค่ทำตามที่ดีเอสไอร้องขอเท่านั้น
ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า การดำเนินการทุกอย่างจะต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงต้องมีการประเมินสถานการณ์เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง หรือความรุนแรงเกิดขึ้น และต้องทำอย่างรัดกุมที่สุด ส่วนจะมีการขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาช่วยเสริมหรือไม่นั้น ขอยืนยันว่า การดำเนินการในครั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่ในแผนงานครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าพระธัมมชโยยังคงอยู่ในวัด แต่ก็ยังไม่มีใครเคยพบเห็น สุดท้ายนี้อยากฝากไปถึงบรรดาคณะศิษยานุศิษย์ของพระธัมชโยด้วยว่า อยากให้ช่วยพาท่านออกมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจะดีกว่า





