สาวโร่แจ้งความเอาผิดคลีนิคเสริมความงามกลางเมืองชุมแพ จ.ขอนแก่น หลังสูญเงินเกือบ 3 หมื่นบาท แต่กลับได้จมูกผิดรูป อักเสบ เป็นแผลบวมไม่หาย
นางสุภาพ ดีบุญมี ณ ชุมแพ อายุ 37 ปี ผู้เสียหายจากการทำศัลยกรรมเสริมจมูกจากคลีนิคเสริมความงามแห่งหนึ่งใน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.ชนะ โกรธา พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรชุมแพ จ.ขอนแก่น หลังจากได้ไปทำศัลยกรรมจมูกที่คลินิคแห่งหนึ่งในอำเภอชุมแพ แล้วเกิดอาการอักเสบ เป็นแผลบวมไม่หาย จนต้องไปรักษากับแพทย์ที่คลีนิคอื่น โดยแพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากซิลิิโคนที่หมอใส่เข้าไปมีความยาวเกินขนาด โดยมีความยาว 6 เซ็นติเมตร จนเลยหว่างคิ้วขึ้นไปทำให้เกิดเป็นแผลบวม จึงต้องกินยา แก้ปวดบรรเทาไว้ตลอดเวลา 4 เดือน
นางสุภาพ ผู้เสียหาย เล่าให้ฟังว่า ได้ไปทำศัลยกรรมเสริมจมูกที่คลีนิคแห่งนี้เมื่อวันที่ 31 กรฏาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยหมอได้ทำการผ่าตัด แล้วใส่แท่งซิลิโคนเข้าไป โดยหมอผู้ทำศัลยกรรมบอกว่านำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้เวลาในการผ่าตัดเกือบ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็ให้ตนกลับบ้านตามปกติ และได้นัดให้มาตัดไหมในอีก 14 วัน
แต่อาการผิดปกติก็เริ่มเกิดขึ้น ในช่วง 1 สัปดาห์ต่อมา ผู้เสียหายมีอาการปวดแผลตลอดเวลา กระทั่งครบ 14 วัน ตามที่หมอนัดมาตัดไหม แต่อาการปวดก็ยังไม่หาย หนำซ้ำยังปวดหนักขึ้นเรื่อยๆ จึงสอบถามกับหมอที่คลีนิคที่ตนเสริมจมูก ทางคลีนิคได้ฉีดยาแก้อักเสบให้ 1 เข็มและให้ตนกลับบ้านไป แต่ผู้เสียก็ยังมีอาการปวดผิดปกติ และพบว่าแท่งซิลิโคนที่ใส่เข้าไปดันขึ้นสูงมาก จึงกลับไปที่คลินิก เพื่อรักษาอาการปวด และแก้ไขจมูกที่สูงผิดรูปสูง โดยหมอได้แก้ไขด้วยการใช้มือกดลงบนบริเวณหว่างคิ้วอย่างแรง เพื่อที่จะดันแท่งซิลิโคนลงไป จนทำให้ปวดบวมอักเสบอีกครั้ง และหมอได้สั่งอีกว่าให้ผู้เสียหาย กดเหมือนกับที่หมอทำทุกๆชั่วโมง ชั่วโมงละ 30 วินาที นานติดต่อกัน 5 วันแล้วซิลิโคนจะค่อยๆเลื่อนลงมาเอง
เมื่อผู้เสียหาย ทำตามที่หมอบอก กลับเพิ่มความเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ และแท่งซิลิโคนไม่ได้เลื่อนลงอย่างที่หมอบอก และเมื่อกลับไปหาหมออีกครั้งกลับถูกหมอด่าว่ากดไม่เป็นบ้าง กดไม่เเรงบ้าง พร้อมข่มขู่ด้วยว่าจะหาทนายมาฟ้องร้องหากเรื่องมาก เมื่อเรียกร้องความรับผิดชอบทางคลินิกก็ไม่รับผิดชอบ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเอาผิดกับคลีนิค และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบคลีนิคแห่งนี้ว่าการทำศัลยกรรมของที่นี่ได้มาตรฐานหรือไม่
โดยหลังจากนี้ผู้เสียหายจะเดินไปร้องเรียนกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ให้ดำเนินการตรวจสอบคลีนิคแห่งนี้ ต่อไป





