พนังกั้นแม่น้ำตรังพังแล้ว 2 จุด น้ำทะลักลงสู่ด้านล่างอย่างรวดเร็วและรุนแรง ชาวบ้านเร่งอพยพขนย้ายสิ่งของหนีน้ำ
ช่วงค่ำของคืนที่ผ่านมา (7 ธค.) เกิดเหตุพนังกั้นแม่น้ำตรังได้พังทลายลงมา 2 จุด คือ ที่หมู่ที่ 6 ต.บางรัก ความกว้างประมาณ 10 เมตร และที่หมู่ที่ 2 ต.หนองตรุด อ.เมือง โดยเฉพาะที่พนังกั้นน้ำบริเวณ หมู่ที่ 2 บ้านปากหมัน ต.หนองตรุด อ.เมือง ได้พังทลายลงมาเป็นระยะทางประมาณ 20 เมตร และมีแนวโน้มอาจจะพังทลายขยายความกว้างออกไปเรื่อยๆ เนื่องจากปริมาณน้ำมีอย่างมหาศาลและไหลอย่างรวดเร็วและรุนแรง ประกอบกับคันดินพนังอ่อนตัว เนื่องจากอุ้มน้ำไว้มาก เชื่อว่าหากพนังพังทลายเพิ่มระยะทางไปเรื่อยๆ อาจทำให้ต้นยางนาขนาดใหญ่ 2 ต้น หักโค่นตาม
โดยมวลน้ำทั้งหมดทะลักลงสู่พื้นที่ล่างลงไปในสวนยางพาราของชาวบ้าน ทำให้ต้นยางพาราหักโค่นไปด้วยหลายต้น รวมทั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงที่ไม่อาจต้านกระแสน้ำที่รุนแรงได้ ทำให้เสาไฟฟ้าพังล้มเอียงไปจำนวน 2 – 3 ต้น กระแสไฟฟ้าขาด ทำให้บริเวณพื้นที่ดังกล่าวกระแสไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง โดยชาวบ้านที่มีบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณหลังพนังกั้นน้ำหลายสิบครัวเรือน ต่างเร่งขนย้ายข้าวของและอพยพคน ผู้หญิง คนแก่ และเด็กขึ้นมาอยู่บนพนังในระยะที่ปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตรัง รีบลงพื้นที่ตัดกระแสไฟฟ้าเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากเกรงจะแสไฟฟ้าจะช๊อตชาวบ้าน และเสาไฟฟ้าแรงสูงจะหักโค่นเพิ่มเติม
นอกจากชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 2 ต.หนองตรุดที่อาศัยอยู่ด้านหลังของพนังกั้นน้ำและพื้นที่ใกล้เคียง ได้เร่งขนย้ายข้าวของหนีและอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว เช่นเดียวกับชาวบ้านที่อยู่อพยพไปอยู่บนพนังกั้นน้ำในตำบลนาตาล่วง ต.บางรัก และต.นาโต๊ะหมิง พื้นที่รับน้ำ ต่างเร่งอพยพครอบครัวหนีน้ำขึ้นมาอยู่บนถนน เพื่อความปลอดภัยจากน้ำ เนื่องจากบ้านถูกน้ำท่วมและปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ถนนสายตรัง – สิเกา ช่วงพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.นาโต๊ะหมิง ก็ถูกกระแสน้ำไหลผ่าน โดยช่วงหัวค่ำระดับน้ำยังต่ำ รถทุกชนิดสามารถผ่านไปมาได้ แต่เชื่อว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยต.นาโต๊ะหมิง ไปเฝ้าสังเกตการณ์และดูแลผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างใกล้ชิด
ขณะนี้ปริมาณน้ำบริเวณพื้นที่ต.หนองตรุด ต.นาตาล่วง ต.บางรัก ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง และตำบลอื่นๆในพื้นที่ อ.กันตัง ซึ่งเป็นจุดรับน้ำ ระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอีก ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้น้ำไหลลงสู่ทะเลได้อย่างช้าๆ ทำให้ชาวบ้านกว่า 1,000 ครัวเรือน ยังคงได้รับความเดือดร้อนต่อไป รวมทั้งพื้นที่อีก 4 ชุมชน ในเขตเทศบาลนครตรัง วัด โรงเรียน ก็ถูกน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยระดับน้ำยังสูง ส่วนที่วัดประสิทธิชัย (ท่าจีน) เจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 8 ภูเก็ต และปภ.ตรัง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องสูบน้ำท่วมขัง มาติดตั้งที่บริเวณริมถนนหัวสะพานท่าจีน เพื่อทำการเร่งสูบน้ำที่ท่วมขังอยู่ภายในวัดประสิทธิชัย (ท่าจีน)ออก ลงสู่แม่น้ำตรัง เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับพระ เณร ที่จำพรรษาและบวชเรียนอยู่ภายวัดนับร้อยรูป
นายชัชวาลย์ เบญจริริวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 8 ภูเก็ต กล่าวว่า ได้รับการประสานจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดตรังว่า วัดท่าจีนมีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ และถูกปิดล้อมโดยน้ำ มาจากด้านหลัง น้ำสูงอยู่ประมาณ 2 เมตร ปริมาณน้ำขังอยู่ประมาณ 56,000 คิว โดยความต้องการให้น้ำในวัดแห้งเร็ว จึงเอารถสูบน้ำท่วมขังที่มีประสิทธิสูงมาสูบน้ำออก อัตราการสูบน้ำ 50,000 ลิตรต่อนาที หรือจำนวน 50 คิวต่อนาที ซึ่งหนึ่งชั่วโมงจะสามารถสูบน้ำได้จำนวน 3,600 คิว คำนวณระยะเวลาปริมาณน้ำที่ท่วมขังอยู่ภายในวัดจำนวน 56,000 คิว หากไม่มีน้ำมาเติมเพิ่ม จะต้องใช้เวลาสูบน้ำทั้งหมดประมาณ 22 ชม.น้ำภายในวัดจะแห้งทั้งหมด
แต่หากมีน้ำมาเติมก็คาดว่าประมาณ 1 วันครึ่ง หรือ 30 ชม.น้ำก็จะแห้ง โดยเครื่องสูบน้ำท่วมขังชุดนี้ ขนนำมาจากจ.ภูเก็ต เพื่อมาช่วยที่ จ.ตรังโดยเฉพาะ ส่วนปริมาณน้ำที่มาจากพนังกั้นน้ำพัง ก็จะไม่เป็นอุปสรรคในการสูบน้ำแต่ประการใด เพราะเราสูบลงแม่น้ำตรัง ซึ่งสังเกตพบว่า ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกมาก เพื่อระบายลงแม่น้ำตรังลงทะเลไปให้เร็วขึ้น ซึ่งหากเราไม่ใช้วิธีนี้เชื่อว่าปริมาณน้ำทั้งหมดที่มีภายในวัดขณะนี้จะแห้งเองต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 15 ซึ่งนานมาก จึงต้องเร่งสูบน้ำออก เพื่อให้พระสงฆ์ได้ปฏิบัติศาสนกิจได้เร็วที่สุด




