วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เพิ่มผลิตภาพแรงงานกลุ่ม SMES ปั้นฝีมือแรงงานหมื่นคน

ก.แรงงาน เพิ่มผลิตภาพแรงงานกลุ่ม SMEs 180 แห่งจาก 19 ธุรกิจ เป้าหมายปั้นฝีมือแรงงาน10,000 คน มุ่งไทยแลนด์ 4.0

นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทย ด้วย STEM Workforce ภายใต้โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ณ โรงแรมปริ้นตัน พาร์ค สวีท กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30พ.ย.2559

นายธีรพล เปิดเผยหลังจากเป็นประธานในพิธีฯว่า ปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมากในการวางรากฐานในการพัฒนาประเทศให้มีความยั่งยืน โดยกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขึ้นมาเป็นแนวทาง ประกอบกับ พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้จัดทำยุทธศาสตร์ 20 ปีของกระทรวงแรงงานมารองรับด้วย โดยแต่ละหน่วยงานต้องขับเคลื่อนไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพื่อสอดรับกับสถานการณ์ด้านแรงงาน เทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายในไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า พร้อมทั้งรัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายในการนำพาประเทศเข้าสู่ “ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0)” เพื่อให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ที่มุ่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” เมื่อบริบททางเศรษฐกิจเกิดการเปลี่ยนแปลง การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของภาคธุรกิจต่างๆ ควรต้องมีการปรับตัวเช่นกัน

"โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทย จะมีการปูพื้นฐานองค์ความรู้ต่างๆ ให้พนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เน้นความรู้ด้าน STEM จากนักวิชาการผู้ชำนาญการ อันได้แก่ความรู้เกี่ยวกับด้านวิทยาศาสตร์การวิจัย ด้านเทคโนโลยี ด้านวิศวกรรม และด้านคณิตศาสตร์ นำมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ซึ่งจะช่วยให้สถานประกอบการสามารถลดต้นทุนในกระบวนการผลิต รายได้เพิ่มขึ้น และท้ายสุดคือการมีผลกำไรที่สูงขึ้น"อธิบดี กพร. กล่าว

อธิบดี กพร. กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยพนักงานจะได้รับการพัฒนาทักษะ Multi-skill สามารถทำงานได้หลากหลาย อาทิ พนักงาน 1 คน ดูแลรับผิดชอบ เครื่องจักรได้หลายเครื่อง ทำให้การทำงานสามารถยืดหยุ่นได้และกำหนดจำนวนคนได้อย่างเหมาะสมกับปริมาณความต้องการหรือคำสั่งซื้อของลูกค้าได้ โดยรักษาอัตราผลิตภาพแรงงานได้ในระดับที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร ซึ่งก็จะทำให้พนักงานได้รับอัตราค่าจ้างที่สูงขึ้น อีกทั้งผู้บริโภค จะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพด้วย

"สำหรับในปี 2560 มีสถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการจำนวน 180 แห่ง ใน 19 ธุรกิจ ตั้งเป้าหมายในการพัฒนากำลังแรงงานกว่า 10,000 คน ซึ่งโครงการจะบรรลุเป้าหมายจำเป็นต้องอาศัยผู้ควบคุมงานและผู้ตรวจรับงาน โดยผู้ควบคุมงานจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถให้คำปรึกษา แนะนำสถานประกอบกิจการในการเพิ่มศักยภาพแรงงานและลดการสูญเสียในวงจรการผลิตของสถานประกอบกิจการ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน"อธิบดี กพร. กล่าว

อธิบดี กพร. กล่าวอีกว่า การฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ของกพร. ที่เป็นผู้ควบคุมงาน ผู้ตรวจรับงาน และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 350 คน จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการโครงการ และการประเมินผลโครงการเพื่อประเมินความคุ้มค่าหรือความโปร่งใส การออกแบบการประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ แนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมงาน เพื่อให้การดำเนินงานดังกล่าวมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการฯ