ก.แรงงาน เพิ่มผลิตภาพแรงงานกลุ่ม SMEs 180 แห่งจาก 19 ธุรกิจ เป้าหมายปั้นฝีมือแรงงาน10,000 คน มุ่งไทยแลนด์ 4.0
นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทย ด้วย STEM Workforce ภายใต้โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ณ โรงแรมปริ้นตัน พาร์ค สวีท กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30พ.ย.2559
นายธีรพล เปิดเผยหลังจากเป็นประธานในพิธีฯว่า ปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมากในการวางรากฐานในการพัฒนาประเทศให้มีความยั่งยืน โดยกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขึ้นมาเป็นแนวทาง ประกอบกับ พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้จัดทำยุทธศาสตร์ 20 ปีของกระทรวงแรงงานมารองรับด้วย โดยแต่ละหน่วยงานต้องขับเคลื่อนไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพื่อสอดรับกับสถานการณ์ด้านแรงงาน เทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายในไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า พร้อมทั้งรัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายในการนำพาประเทศเข้าสู่ “ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0)” เพื่อให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ที่มุ่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” เมื่อบริบททางเศรษฐกิจเกิดการเปลี่ยนแปลง การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของภาคธุรกิจต่างๆ ควรต้องมีการปรับตัวเช่นกัน
"โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทย จะมีการปูพื้นฐานองค์ความรู้ต่างๆ ให้พนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เน้นความรู้ด้าน STEM จากนักวิชาการผู้ชำนาญการ อันได้แก่ความรู้เกี่ยวกับด้านวิทยาศาสตร์การวิจัย ด้านเทคโนโลยี ด้านวิศวกรรม และด้านคณิตศาสตร์ นำมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ซึ่งจะช่วยให้สถานประกอบการสามารถลดต้นทุนในกระบวนการผลิต รายได้เพิ่มขึ้น และท้ายสุดคือการมีผลกำไรที่สูงขึ้น"อธิบดี กพร. กล่าว
อธิบดี กพร. กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยพนักงานจะได้รับการพัฒนาทักษะ Multi-skill สามารถทำงานได้หลากหลาย อาทิ พนักงาน 1 คน ดูแลรับผิดชอบ เครื่องจักรได้หลายเครื่อง ทำให้การทำงานสามารถยืดหยุ่นได้และกำหนดจำนวนคนได้อย่างเหมาะสมกับปริมาณความต้องการหรือคำสั่งซื้อของลูกค้าได้ โดยรักษาอัตราผลิตภาพแรงงานได้ในระดับที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร ซึ่งก็จะทำให้พนักงานได้รับอัตราค่าจ้างที่สูงขึ้น อีกทั้งผู้บริโภค จะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพด้วย
"สำหรับในปี 2560 มีสถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการจำนวน 180 แห่ง ใน 19 ธุรกิจ ตั้งเป้าหมายในการพัฒนากำลังแรงงานกว่า 10,000 คน ซึ่งโครงการจะบรรลุเป้าหมายจำเป็นต้องอาศัยผู้ควบคุมงานและผู้ตรวจรับงาน โดยผู้ควบคุมงานจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถให้คำปรึกษา แนะนำสถานประกอบกิจการในการเพิ่มศักยภาพแรงงานและลดการสูญเสียในวงจรการผลิตของสถานประกอบกิจการ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน"อธิบดี กพร. กล่าว
อธิบดี กพร. กล่าวอีกว่า การฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ของกพร. ที่เป็นผู้ควบคุมงาน ผู้ตรวจรับงาน และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 350 คน จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการโครงการ และการประเมินผลโครงการเพื่อประเมินความคุ้มค่าหรือความโปร่งใส การออกแบบการประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ แนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมงาน เพื่อให้การดำเนินงานดังกล่าวมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการฯ





