วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลูก'ผบ.มทบ.38'นอนรักษาตัวรพ.ยาว แม่ชี้คู่กรณีมุดกระโปรงหญิง

อาการหลังผ่าตัด! ลูก "ผบ.มทบ.38" ต้องนอนรักษาตัวรพ.ยาว แม่ร่ำไห้ชี้คู่กรณีอย่ามุดใต้กระโปรงหญิง ท้ารับความจริงอย่างลูกผู้ชาย

เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (28 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลานนา เชียงใหม่ นพ.ดุสิต ศรีสกุล ผอ.โรงพยาบาลลานนา พร้อมด้วย นพ.ราชันย์พัทธ์ วรเวชานนท์ ศัลยแพทย์เข้าของผู้ป่วยได้ออกมาเปิดเผยถึงอาการคนไข้คือ นายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ หรือ เจมส์บอนด์ อายุ 23 ปี ลูกชายของผบ.มทบ.38 ที่ได้เข้ามารักษาตัวตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา

โดยจากการตรวจร่างกายล่าสุด ด้วยการเอ็กซเรย์วินิจฉัยแล้วพบว่า คนไข้มีปัญหาหลักทางร่างกายอยู่ 4 อย่างด้วยกัน คือ ดั้งจมูกหัก มีตาบวมปิด อีกทั้งคนไข้ยังระบุว่า ตามองเห็นเป็นสีส้ม ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสายตาได้ทำการตรวจวินิจฉัยแล้ว คาดว่าเป็นเส้นประสาทตาเสียหายชั่วคราว

โดยในจุดนี้ อาจจะต้องมีการตรวจสอบเป็นพิเศษอีกครั้ง ขณะที่ปัญหาเรื่องของฟันมีลักษณะบิดเบี้ยวนั้น ได้ประสานให้กับทันตแพทย์ได้เข้าดูแลเป็นพิเศษ และเรื่องสุดท้ายคือเรื่องสมอง ทางแพทย์ทางระบบศัลยกรรมประสาทได้ทำการตรวจทีซี สแกน แล้ว พบว่าไม่มีเลือดออกในสมอง ประกอบกับอาการล่าสุดของคนไข้ดีขึ้นมาก ซึ่งหลังจากนี้จะได้ดำเนินการให้ยาเพื่อลดอาการบวมของเส้นประสาทตาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการตรวจเพิ่มเติมด้านสายตา ส่วนระยะเวลาในการรักษานั้นคาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 4-6 สัปดาห์ และขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วยว่ามีผลแทรกซ้อนหรือไม่หลังจากนี้

ทางด้านนางปุนยวัจนา วรรคาวิสันต์ ซึ่งเป็นแม่ของนายอิศราชนุวัฒภ์ กล่าวทั้งน้ำตานองหน้า อาการของลูกชายภายหลังจากที่ออกจากห้องผ่าตัดเมื่อคืนนี้ก็พบว่าดีขึ้นมากแล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องของสายตา เนื่องจากถูกของแข็งทุบตีอย่างแรงที่บริเวณขมับด้านซ้าย ส่งผลกระทบต่อเส้นประสาท ซึ่งแพทย์ผู้รักษายังไม่ได้รายงานชัดเจน ว่าเป็นอย่างไร บอกแต่เพียงว่า ไม่ต้องห่วง อาการของลูกชายจะดีขึ้นตามลำดับ แต่ที่น่าห่วงที่สุดคือลูกชายอาจจะใช้สายตาได้ไม่ปกติเหมือนคนทั่วไป และคาดว่าน่าจะให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อีก 1-2 วันนี้

ขณะเดียวกัน ขอให้คู่กรณีของลูกชาย มาติดต่อรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ อยากเจอหน้าพูดคุยด้วย ซึ่งส่วนตัวตนอยากฝากบอกให้เขาออกมารับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป เนื่องจากตนเชื่อว่าเป็นคนทำ เพราะลูกชายยืนยันว่า ในวันเกิดเหตุนั้นคู่กรณีเป็นคนสั่งการ รวมถึงทุกคำพูดที่พูดกับลูกชายระวังถูกรุมทำร้ายนั้น ตนก็ได้ยินทุกคำพูด แม้กระทั่งตอนที่ลูกชายขอร้องให้หยุดแต่ก็ยังลงมือต่อ อีกทั้งยังสั่งให้คนลากลูกของตนออกจากร้านไป

"พูดได้ในฐานะคนเป็นแม่ว่า รู้สึกเจ็บปวดแทน เมื่อได้ยินเสียงลูกขอความช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งตรงนี้อยากให้ทางนาย.. ออกมาชี้แจงและรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไปโดยเร็วที่สุด และเป็นลูกผู้ชายจริง เขาต้องออกมารับผิดชอบมาคุยกับแม่ คุยอย่างลูกผู้ชายอย่าอยู่ภายใต้กระโปรงของผู้หญิง ทำผิดให้ยอมรับผิดอย่าหนี" นางปุนยวัจนา กล่าว