วอนช่วยหญิงวัย 64 ต้องแบกภาระเลี้ยงดูแม่ชรากับน้องสาวที่ป่วยเรื้อรัง และต้องดูแลหลานที่อยุ่ในวัยเรียนอีก 1 ชีวิต
ทีมข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบครอบครัวหนึ่่ง ดำรงชีวิตอย่างแร้นแค้นอาศัยอยู่ด้วยกันรวม 4 ชีวิต อยู่บ้านเลขที่163 คุ้มศรีเทพทุ่ง ถนนราชวงศ์ ซอย 7 เขตเทศบาลเมืองนครพนม จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบบ้านเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง สภาพใกล้พัง
บริเวณใต้ถุนเป็นพื้นดินมีร่องรอยแตกระแหง เนื่องจากช่วงฤดูฝนถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน บนบ้านพบนางคำถนอม ศรีษะ อายุ 64 ปี กำลังปรนนิบัติดูแลนางกองแพง ศรีษะ อายุ 86 ปี มารดาที่ป่วยเป็นอัมพาตช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ภายในห้องที่มีสภาพรกรุงรัง ข้างนอกซึ่งเป็นห้องโล่งพบ นางจินตนา พลชำนิ อายุ 46 ปี มีสภาพร่างกายผ่ายผอมตามตัว แขนขา มีผ้าพันแผลพันไว้ โดยมี น.ส.สุภาวดี พลชำนิ อายุ16 ปี ลูกสาว ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.3 คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
นางคำถนอม ผู้ซึ่งต้องรับภาระอย่างหนักในการดูและคนทั้งหมด เปิดเผยว่า รายได้ปัจจุบันอาศัยเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุได้ 600 บาท รวมกับของนางกองแพง มารดา อีก 800 บาท ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับสี่คน ประกอบกับหลานสาวอยู่ในวัยเรียนต้องใช้จ่ายมาก จึงรายได้เพิ่มแต่เนื่องจากอายุที่มากขึ้นจะไปทำงานรับจ้างเหมือนเมื่อก่อนก็ไม่มีใครจ้าง จึงได้ขออาศัยแบ่งที่ดินของเพื่อนบ้านที่มีสวน ทำการปลูกผักสวนครัว เมื่อได้ผลผลิตก็จะนำไปขายที่ตลาดสด นำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวก็จะมีรายได้เพิ่มอาทิตย์ละประมาณ 5 ถึง 6 ร้อยบาท
น้องสาวป่วยเป็นโรคต่อมน้ำเหลืองเป็นพิษ เป็นแผลเรื้อรังตามลำตัว ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อล้างแผลทุกวันอีกทั้งยังมีหลานสาว วัย 16 ปี ที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ม. 3 ก็ต้องใช้จ่ายเงินอีกไม่น้อยในการเดินทางไปโรงเรียน หากตนเป็นอะไรไปตอนนี้ แม่ น้องสาว
และหลานจะอยู่กันอย่างไร อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือบ้าง ขอเพียงให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม ตนก็มีความสุขแล้ว ยิ่งเวลาน้องสาวปวดแผลตนและหลานจะแอบร้องไห้เสมอ
นางจินตนา เปิดเผยว่า ก่อนจะล้มป่วย ได้เลิกรากับสามีร่วม 10 ปีแล้ว มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน คือ น.ส.สุภาวดี ก่อนหน้านี้มีอาชีพรับจ้างทั่วไป เป็นลูกจ้างเถ้าแก่ขายของอยู่ตลาดอินโดจีน ค่าแรงวันละ 200 บาท ต่อมาต้นปี 2559 มีตุ่มแดงๆขึ้นมาที่แขน ไม่มีอาการคันแต่ปวดแสบปวดร้อน หลังจากนั้นประมาณ 10 วัน ตุ่มนั้นก็แตกเป็นแผลมีน้ำหนองปนเลือดออกมา จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลนครพนมรักษา แต่พอแผลเก่าหายก็จะเกิดตุ่มใหม่ขึ้นมาแทน อาการจะเป็นลักษณะเดียวกันนี้และลุกลามไปจนเกือบทั่วตัว จนต้องลาออกจากงานมารักษาตัว เอง เวลามีตุ่มจะปวดมากถึงขั้นนอนไม่หลับทุกข์ทรมานที่สุด แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นต่อมน้ำเหลืองอักเสบเรื้อรัง ต้องใช้เวลานานกว่าจะรักษาให้หายได้
เมื่อเสาหลักของครอบครัวล้มป่วย จึงประสบปัญหาไปหมดทุกด้าน ตนยังมาป่วยอีก ภาระจึงตกเป็นของนางคำถนอมซึ่งเป็นพี่สาว ด้วยการอาศัยเงินผู้สูงอายุ 2 คน รวมกันเป็นเงิน 1,400บาท แต่ทั้งสี่ชีวิตก็อยู่กันอย่างลำบาก นางคำถนอมจึงไปขอแบ่งพื้นที่ทำสวนจากคนที่รู้จัก เพื่อปลูกผักมาขายในตลาด อยากให้โรคที่เป็นอยู่หายเร็ว ๆ จะได้หางานทำเพื่อเลี้ยงดูส่งเสียลูกสาว อยากให้ลูกได้มีการศึกษาสูง ๆ จะได้มีอาชีพมีงานทำดี ๆ ไม่ลำบากเหมือนแม่ อยากขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆมาจุนเจือ ขอเพียงให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม ก็มีความสุขแล้ว




