รองผู้ว่าฯระยอง ยันจัดระเบียบ "เกาะเสม็ด" ครบ19ด้าน โต้ไม่มีมาเฟีย เรื่องที่ดินจะจบสิ้นเดือนนี้
ผู้สื่อข่าวรายงาน กลุ่มผู้ประกอบการหลากหลายสาขาอาชีพ บนเกาะเสม็ด ยังคงประกอบอาชีพของตนเองเหมือนเช่นที่เคยทำมา ก่อนหน้าการประกาศจัดระเบียบ และยังยืนยันว่า ทุกสาขาอาชีพ บนเกาะเสม็ดจำเป็นต้องมีหัวหน้ากลุ่ม หรือคนคอยควบคุมเพื่อความเป็นระเบียบ แต่ไม่ใช่มาเฟีย
ส่วนความคืบหน้าการจัดระเบียบเกาะเสม็ดนั้น นายมนตรี ชนะชัยวิบูลวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า ปัญหาเกาะเสม็ดได้รับการบูรณาการจากหลายภาคส่วนคณะทำงานต่างร่วมกันในการตรวจสอบพร้อมกับกองกำลังทหารในพื้นที่โดยเรื่องปัญหาที่ดิน ซึ่งหมักหมมมานาน จังหวัดมีเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เพราะทุกฝ่ายทำงานร่วมกันมานานกว่า2ปีแล้ว
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้ให้ทางเลขาฯกอ.รมน. จัดทำข้อมูลทั้งหมด รวบรวมมานำส่ง เมื่อข้อมูลทั้งหมดแล้วเสร็จ นำส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ก็จะส่งให้กับหน่วยเหนือและชี้แจงสื่อมวลชนเพื่อนำเสนอให้สาธารณชนรับทราบว่า ระยองได้แก้ปัญหาเกาะเสม็ดอย่างเข้มข้น สำเร็จ ทั้ง 19 ด้าน ครบทุกกรอบ ทุกกิจกรรม โดยยึดมั่นในความถูกต้องเป็นไปตามตัวบทกฏหมาย เพื่อให้รายได้เข้าสู่ระบบองค์กรปกครองส่วนทอ้งถิ่นอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาการทำงาน ได้รับความร่วมมือด้วยดี จากทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ประกอบการทุกอาชีพ ทำให้เราภาคภูมิใจว่าทุกคนต้องการทำความดีเพื่อพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 จริงๆ
ส่วนคำว่า "มาเฟีย" คำนี้เข้าใจว่า ผู้สื่อข่าวใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม เพราะการใช้คำนี้ มีผลกระทบต่อความรู้สึกของหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้นำประเทศ ผู้บริหารจังหวัด หน่วยงานต่างๆ และประชาชนชาวระยอง และเกาะเสม็ด เพราะทุกฝ่าย มีความตั้งใจแก้ปัญหาจริงๆ
ซึ่งปัจจุบัน ยังถือว่าภาพรวมในการเดินทางมาของนักท่องเที่ยว ยังมาตามปกติ ช่วงคริสมาส ปีใหม่ คือ ไฮซีซั่น ผู้ประกอบการ ยังให้บริการได้ตามปกติดี ที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง คือระบบ กำจัดน้ำเสียบนเกาะเสม็ดจะแล้วเสร็จ ภายในสิ้นเดือน ธันวาคมนี้ ต้องขอขอบคุณ รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่อนุมัติให้นำเม็ดเงินฉุกเฉิน งบกลาง มาช่วยระยอง โดยทางจังหวัดได้เร่งดำเนินการทันที ต่อไปเราจะมีระบบบริหารงาน ส่งไม้ต่อ ให้ อปท. เข้ามาดูแลระบบบำบัดน้ำเสียต่อไปด้วยกัน
สำหรับเกาะเสม็ด ตั้งอยู่ในเขต หมู่ที่4 ต.บ้านเพ อ.เมือง จ.ระยอง มีเนื้อที่ทั้งหมด 4,200 ไร่ ถูกประกาศเป็นพื้นที่เขตอุทยานฯ เมื่อปี2524 จำนวน3,500ไร่ ที่เหลือกันเอาไว้ให้ราษฎรราว700ไร่ มีผู้ประกอบการรีสอร์ทที่บุกรุกชายหาด โดยต่อเติมรุกล้ำแนวเขตให้เช่ารวม24ราย จัดอยู่ในพื้นที่สีแดงถูกให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน90วัน ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยมี จำนวน 12 ราย ยินยอมรื้อถอนเองที่เหลือระหว่างรอตรวจสอบสิทธิ์





