รองผบ.ตร. ส่งสำนวนคดี "อับดุลกอเดร์" ระเบิดตรัง มั่นใจหลักฐาน100% เอาผิดได้
ที่ศาลมณฑลทหารบกที่43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) พร้อมคณะสืบสวนคดีระเบิดและวางเพลิง7จังหวัดภาคใต้ต้นบน เดินทาง มายังศาลมณฑลทหารบกที่43 เพื่อส่งสำนวนการสอบสวน คดี นายอับดุลกอเดร์ สาแล๊ะ ผู้ต้องหา คดีระเบิดและวางเพลิง 7 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ในฐานความผิด ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ที่เป็นโรงเรือนอันเป็นที่เก็บหรือทำสินค้า, ร่วมกันมีวัตถุระเบิดซึ่งใช้เฉพาะแต่การสงครามที่นายทะเบียน ไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ที่เป็นโรงเรือนอันเป็นที่เก็บหรือทำสินค้า, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และเป็นอั้งยี่” หลังก่อเหตุระเบิด ห้างลีมาร์ท ซุปเปอร์ค้าส่ง ถนนหน้าสถานีรถไฟตรัง จ.ตรัง เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา
โดย รองผบ.ตร. ได้ตรวจเอกสาร ลงลายมือชื่อ พร้อมให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี ตรวจสอบรายละเอียดในสำนวนอีกครั้ง ก่อนส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ ศาลมณฑลทหารบกที่43 พิจารณา เนื่องจากในวันพรุ่งนี้จะครบกำหนดฝากขังผัดที่6
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า มั่นใจ100เปอร์เซ็น ในพยานหลักฐานที่ส่งให้พนักงานอัยการ เชื่อว่าจะสามารถเอาผิดกับผู้ที่ก่อเหตุได้ แม้ผู้ต้องหาปฏิเสธ แต่พยานหลักฐานที่มีชัดเจน อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ตำรวจทั่วประเทศยังติดตามผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใน7จังหวัด ที่ยังหลบหนี ซึ่งการสืบสวนสอบสวนพบว่ามีอีก 2คนที่ร่วมก่อเหตุระเบิดในรอบนี้ แต่ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ในส่วนสำนวนนี้อัยการจะพิจารณาว่าจะฝากขังนายอับดุลกอเดร์ต่อหรือไม่อย่างไร
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า สำหรับเหตุใน 7 จว.พบความเชื่อมโยงของวัตถุระเบิด การประกอบระเบิด พฤติการณ์ก่อเหตุมีความคล้ายคลึงกัน ที่มาระเบิดเชื่อว่าทั้งหมดเชื่อมโยงเป็นกลุ่มเดียวกัน อย่างไรก็ตามพยานหลักฐานที่มีในตอนนี้ไปถึงเพียงระดับปฏิบัติการเท่านั้น ยังไม่สามารถไปถึงผู้สั่งการได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีระเบิดและวางเพลิง 7 จังหวัดชายแดนใต้ สามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้แล้ว 13คน รวม 11 คดี โดย จับกุมตัวได้แล้ว 2 คน ส่วนผู้ที่ยังหลบหนีอีก 11 คนนั้น ชุดสืบสวนยังคงเร่งติดตามจับกุมตัว ซึ่งทั้งหมดยังคงหลบหนีอยู่ในราชอาณาจักร





