วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอทีพี ทัวร์ ไฟนอลส์' ศึกชิงบัลลังก์มือ1โลก

หลังขับเคี่ยวกันมาตลอดปี ในที่สุด เทนนิสชายอาชีพ เอทีพี ทัวร์ ฤดูกาล 2016

 ก็มาถึงรายการสุดท้ายของปีแล้ว ในศึกใหญ่ “บาร์เคลย์ส เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ 2016” รายการที่จะนำ 8 ผู้เล่นที่มีผลงานดีที่สุดตลอดฤดูกาล เพื่อมาชิงความเป็นที่สุดบนสังเวียน ดิ โอทู อารีนา ลอนดอน ระหว่าง 13-20 ต.ค.  

ในปีนี้ 8 ผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก ประกอบด้วย แอนดี มาร์รีย์ มือหนึ่งของโลกคนใหม่จากสหราชอาณาจักร, โนวัค ยอโควิช จากเซอร์เบีย, สแตน วาวรินกา จากสวิตเซอร์แลนด์, มิลอส ราโอนิช จากแคนาดา, เคอิ นิชิโคริ จากญี่ปุ่น, กาแอล มงฟิลส์ จากฝรั่งเศส, มาริน ซิลิช จากโครเอเชีย และ โดมินิค เธียม น้องใหม่จากออสเตรีย ที่ได้สิทธิ์ขยับขึ้นมาเล่นแทน ราฟาเอล นาดาล มือ 8 จากสเปน ที่ประกาศขอพักการแข่งขันเพื่อฟื้นร่างกายให้กลับมาเต็มร้อยอีกครั้งในปีหน้า

แม้ปีนี้ แฟนๆเทนนิสจะต้องพลาดไม่ได้เห็นฝีมือของนักเทนนิสขวัญใจมหาชน อย่าง นาดาล รวมถึง โรเจอร์ เฟเดเรอร์ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความน่าสนใจของรายการนี้ลดน้อยลงไปแต่อย่างใด

ตรงกันข้าม ศึกใหญ่ที่ โอทู อารีนา หนนี้ กลับน่าสนใจกว่าหลายๆครั้งที่ผ่านมาด้วยซ้ำ นั่นเพราะมีตำแหน่งนักเทนนิสชายมือ 1 โลกเป็นเดิมพัน ระหว่าง มาร์รีย์ ที่เพิ่งขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งคนใหม่ เมื่อสัปดาห์ก่อน และ ยอโควิช เจ้าของตำแหน่งคนเดิม

ผลงานที่สวนทาง

ฤดูกาลนี้ มาร์รีย์ วัย 29 ปี เริ่มต้นได้อย่างน่าผิดหวัง เมื่อแพ้ให้กับ ยอโควิช ในรอบชิงชนะเลิศ แกรนด์สแลม ถึงสองรายการ ทั้ง ออสเตรเลียน โอเพน และ เฟรนช์ โอเพ่น 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางปี ชะตาของทั้งสองคน ก็มาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อ มาร์รีย์ คว้าแชมป์ ควีนส์ คลับ แชมเปียนชิพส์ ที่ลอนดอน ตามด้วยการเข้าชิงแกรนด์สแลมติดต่อกันเป็นรายการที่ 3 ของปี ในศึกวิมเบิลดัน ก่อนชนะ ราโอนิช 3 เซตรวด ขณะที่ ยอโควิช พลาดตกตั้งแต่รอบ 36 คนสุดท้าย เมื่อแพ้ แซม เคอร์เรย์ จากสหรัฐแบบพลิกความคาดหมาย

จากนั้น อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นก็ทำให้ผลงานของ ยอโควิช ค่อยๆตกลงไป จนพลาดแพ้คู่แข่งที่เป็นมืออันดับรองลงไปในหลายรายการสำคัญ อย่างการตกรอบแรกโอลิมปิก ด้วยการแพ้ ฮวนมาร์ติน เดล ปอโตร ที่แม้จะไม่มีผลต่อคะแนนสะสม แต่ก็กระทบกับความมั่นใจของเจ้าตัวโดยตรง 

นอกจากนี้ ใน ยูเอส โอเพน ยอโควิช ที่ขณะนั้นยังเป็นมือ 1 โลก ก็น่าจะเก็บคะแนนสำคัญทิ้งห่าง มาร์รีย์ ออกไป เมื่อผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้อีกครั้ง แต่กลับเสียท่าให้กับ วาวรินกา กลายเป็นการปลดล็อคแกรนด์สแลมแรกให้กับหนุ่มสวิสแทน 

จากช่องว่างที่เคยห่างหลายพันคะแนน มาร์รีย์ ที่มาเร่งเครื่องในช่วงปลายฤดูกาล ก็สามารถไล่กวด ยอโควิช ทันได้สำเร็จ บีบให้นักหวดเซิร์บต้องผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ปารีส มาสเตอร์ส ที่เป็นรายการระดับ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ส 1000 เพื่อรักษาสถานะของตนไว้ แต่เมื่อเจ้าตัวยุติเส้นทางแค่รอบ 8 คน ส่งผลให้ มาร์รีย์ ที่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ มีแต้มสะสมแซงหน้าขึ้นไปเป็นมือ 1 โลกคนใหม่โดยปริยาย

ศึกชี้ชะตา

อย่างไรก็ตาม การที่คะแนนสะสม ระหว่าง มาร์รีย์ กับ ยอโควิช ห่างกันเพียงแค่ 405 คะแนน ทำให้สถานการณ์ของทั้งคู่ สามารถพลิกกลับได้ทันที หากฝ่ายใดทำผลงานได้ดีกว่า ในรายการ “เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์” 

รายการนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน แข่งแบบพบกันหมด คัดผู้ได้คะแนนรวมอันดับ 1-2 ไปไขว้พบกันในรอบรองชนะเลิศ เพื่อหาผู้ชนะเข้าชิงชนะเลิศต่อไป โดยผู้ชนะแต่ละแมทช์จะได้ 200 คะแนน นอกจากนี้ แชมป์และรองแชมป์ จะได้บวกเพิ่มอีก 900 และ 400 คะแนนตามลำดับ

ผลการแบ่งกลุ่มปรากฏว่า มาร์รีย์ อยู่กลุ่ม “จอห์น แม็คเอ็นโร” ร่วมกับ วาวรินกา, นิชิโคริ และ ซิลิช โดยพิจารณาจากสถิติที่ผ่านมา วาวรินกา ถือเป็นกระดูกชิ้นโตสำหรับมือ 1 จากสหราชอาณาจักรขนานแท้ เพราะ 5 ครั้งหลังสุดที่พบกัน นักหวดชาวสวิตเซอร์แลนด์ เอาชนะได้ไป 3 ครั้ง ขณะที่ นิชิโคริ ก็เคยชนะ มาร์รีย์ ได้ใน ยูเอสโอเพ่น รอบก่อนรองชนะเลิศปีนี้ ส่วน ซิลิช ก็เคยชนะในรอบชิงชนะเลิศ “เวสเทิร์น แอนด์ เซาเธิร์น โอเพ่น” ที่เมืองซินซินเนติ

ผิดกับ ยอโควิช ในสาย “อิวาน เลนเดิล” ที่อยู่ร่วมสายกับ ราโอนิช, มงฟิลส์ และ เธียม ที่ดูจะได้เปรียบกว่ากันมาก เพราะนักหวดเซิร์บ มีสถิติชนะทั้งสามคนนี้ 100% แบ่งเป็น ราโอนิช 7 ครั้ง, มงฟิลส์ 13 ครั้ง และ เธียม 3 ครั้ง

กระนั้น สถิติคงไม่ใช่เครื่องชี้ขาดทุกอย่าง เพราะขณะนี้ สภาพร่างกายและฟอร์มการเล่นของ มาร์รีย์ กำลังอยู่ในช่วงที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิตนักเทนนิสอาชีพ ผิดกับ ยอโควิช ที่เคยไร้เทียมทานเมื่อปีก่อน แต่ปัจจุบันต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่และข้อศอกที่เป็นปัญหามาตลอดครึ่งปีหลัง 

เมื่อหักลบกันแล้ว คงเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปสุดท้ายของการชิงมือ 1 โลกจะจบในรูปแบบใด บางทีอาจต้องรอคำตอบในนัดชิงชนะเลิศที่ โอทู อารีนา ในวันอาทิตย์ก็เป็นได้