วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุค วอลตัน ผู้ชุบชีวิต เลเกอร์ส

หลังจบฤดูกาล 2015/16 ด้วยสถิติเลวร้ายที่สุด ในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์ ด้วยการชนะเพียง 17 และแพ้ถึง 65 เกม

 พร้อมการประกาศอำลาวงการของ โคบี ไบรอันท์ หลังรับใช้ต้นสังกัดมานานถึงสองทศวรรษ

คงไม่ผิดนัก หากจะกล่าวว่านั่นคือช่วงเวลาที่ตกต่ำถึงขีดสุด สำหรับ ลอสแองเจลีส เลเกอร์ส สุดยอดทีมที่คว้าแชมป์ เอ็นบีเอ ห้าสมัย ระหว่างปี 2000-2010

กระนั้น ในการเริ่มต้นฤดูกาลล่าสุด ภายใต้การนำของ ลุค วอลตัน เฮดโค้ชคนใหม่ อดีตยักษ์ใหญ่ที่หลับใหลมาหลายปี ก็เริ่มส่งสัญญาณให้เห็นถึง “การฟื้นตัว” ขึ้นมา

แม้ไม่ถึงกับคืนชีพกลับมาเป็นสุดยอดทีมทันควัน แต่อย่างน้อยแฟนๆในถิ่น สเตเปิล เซนเตอร์ คงเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อยู่รำไรแล้ว...

ขวัญใจสาวก

วอลตัน คือลูกหม้อขนานแท้สำหรับสาวก เลเกอร์ส เมื่อถูกดราฟท์เข้าสู่ทีมในปี 2003 เป็นลำดับที่สอง ในรอบ 2 เป็นลำดับที่ 32 จากทั้งหมดในปีนั้น

แม้ไม่ใช่ดาวเด่นประจำทีม แต่การทำหน้าที่ซัพพอร์ทสุดยอดทีม ภายใต้การดูแลของ ฟิล แจ็คสัน และมีซูเปอร์สตาร์อย่าง โคบี ไบรอันท์ เป็นตัวชูโรง ก็ทำให้ วอลตัน ได้รับรางวัลตอบแทนเป็นตำแหน่งแชมป์ เอ็นบีเอ 2 สมัย ในปี 2009 และ 2010 ก่อนถูกเทรดไป คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ในปี 2012 พร้อมกับ เจสัน คาโปโน

เส้นทางใหม่

ระหว่างการล็อคเอาท์ในปี 2011 ของบาสเกตบอล เอ็นบีเอ ที่กินเวลานานถึง 161 วัน วอลตัน ได้โอกาสสัมผัสงานโค้ชเป็นครั้งแรกที่ ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เมมฟิส ต่อด้วยงานด้านพัฒนาผู้เล่นให้กับ ลอสแองเจลีส ดี-เฟนเดอร์ส ในดี-ลีกของ เอ็นบีเอ

ในเดือนก.ค. 2014 วอลตัน ย้ายไปร่วมงานกับ สตีฟ เคอร์ ที่ โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส และได้สัมผัสแชมป์เอ็นบีเอ สมัยที่ 3 ในชีวิต และหนแรกในฐานะโค้ช เมื่อ วอร์ริเออร์ส ชนะ คาวาเลียร์ส ในนัดชิงชนะเลิศปี 2015

ขณะที่เมื่อฤดูกาลก่อน เจ้าตัวต้องทำหน้าที่รักษาการแทน เคอร์ ซึ่งลาพักไปรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บแผ่นหลังเรื้อรัง และมีส่วนสำคัญในการนำ วอร์ริเออร์ส สร้างสถิติใหม่ๆขึ้นมากมาย ก่อนที่ เคอร์ จะหายดีกลับมารับช่วงต่อ และนำทีมจบฤดูกาลด้วยสถิติ ชนะ 73 แพ้ 9

คืนถิ่น

กระทั่งในเดือนเม.ย. เลเกอร์ส ก็ประกาศแต่งตั้ง วอลตัน ในฐานะเฮดโค้ชคนใหม่ แทน ไบรอน สกอตต์ ที่นำทีมมีผลงานย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์

วอลตัน เริ่มต้นสร้าง เลเกอร์ส ยุคใหม่ ด้วยการให้ความสำคัญกับบรรดาผู้เล่นดาวรุ่งในฐานะแกนหลัก ทั้ง ดันเจโล รัสเซลล์, จูเลียส แรนเดิล, จอร์แดน คลาร์กสัน และ แบรนดอน อินแกรม

การสร้างทีมโดยไม่ยึดติดกับสตาร์คนใดคนหนึ่ง ทำให้ฤดูกาลนี้ เลเกอร์ส มีผู้เล่นถึงห้าคนผลัดกันเป็นผู้ทำสกอร์สูงสุด และหกคนผลัดกันเป็นผู้นำในจำนวนนาทีที่ลงสนาม เช่นเดียวกับค่าเฉลี่ยเกมรุกของทีม ที่จัดอยู่ในลำดับที่ 12 ของลีก (นับจนถึงนัดที่ 7) เทียบกับปีก่อนที่จบฤดูกาลในอันดับ 29

ณ ปัจจุบัน เลเกอร์ส ของ วอลตัน มีสถิติชนะ 4 แพ้ 4 (นับจนถึงเกมแพ้ ดัลลัส แมฟเวอริคส์ 97-109 เมื่อ 8 พ.ย.) ซึ่งถือว่ากระเตื้องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อชัยชนะนัดที่ 4 ของฤดูกาลเหนือ ฟินิกซ์ ซันส์ เกิดขึ้นในเกมที่ 7 ของฤดูกาล ขณะที่เมื่อปีก่อน กว่า เลเกอร์ส จะชนะได้ถึง 4 เกม ก็ต้องรอจนถึงเกมที่ 25 ของฤดูกาลเลยทีเดียว

ที่สำคัญ หนึ่งในชัยชนะของฤดูกาลนี้ เกิดขึ้นในการพบกับเต็งแชมป์อย่าง โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส (117-97) ด้วย โดยในนัดดังกล่าว จูเลียส แรนเดิล คือผู้ทำสกอร์สูงสุดของทีม (20) และรีบาวด์สูงสุด (14) ส่วน จอร์แดน คลาร์กสัน ทำแอสซิสต์สูงสุด (5)

ก้าวต่อไป

เทียบกับ ไบรอน สกอตต์ ที่อำลาทีมไปในช่วงปิดฤดูกาล ไม่เพียง วอลตัน จะเป็นที่รักของแฟนๆซึ่งคุ้นเคยกันมาตั้งแต่ยุคโลดแล่นในสนาม ดูเหมือนเจ้าตัวจะได้รับการยอมรับอย่างเต็มตัวจากบรรดาผู้เล่นด้วย

“เขาพร้อมชนกับคนอื่นเพื่อเราเหมือนกัน” แรนเดิล ผู้เล่นฟอร์เวิร์ดปี 3 ของทีม กล่าวถึงเฮดโค้ชคนปัจจุบัน “ทุกคนในทีมหนุนหลัง ลุค บรรยากาศในทีมต่างไปจากเดิม เมื่อรู้ว่ามีคนที่แคร์คุณจริงๆเป็นโค้ช ผมสามารถส่งข้อความหรือโทรหาเขาเพื่อขอคำปรึกษาหลังจบการซ้อมได้เสมอ”

มิทช์ คุปแชค ผู้จัดการทั่วไปของ เลเกอร์ส เสริมว่า “วอลตัน ได้ใจเด็กๆทุกคน เขาไม่ใช่คนสบายๆ เขารู้ว่าต้องการอะไร และจะพยายามเร่งเร้า เพื่อให้ได้สิ่งนั้นจากทุกคน สมัยเป็นผู้เล่น ผมว่าเขาที่มีกึ๋นมากแล้ว แต่ในฐานะโค้ช ผมว่าเขายิ่งเหนือชั้นไปอีก”

แม้จะได้รับคำชมอย่างล้นหลาม แต่สำหรับ วอลตัน แล้ว ตัวเลขและผลงานที่ผ่านมา ยังห่างไกลจากคำว่าน่าพอใจ “เรายังอยู่ท้ายแถวของลีกในเรื่องเทิร์นโอเวอร์ และฟรีโธรว์ นี่คือตัวเลขที่ผมสนใจ เพราะมันคือสิ่งที่เรายังต้องแก้ไขเวลาแพ้”

“มันง่ายที่จะบอกว่าเราต้องทำให้ดีขึ้น แต่เมื่อคุณเริ่มชนะ คุณก็ต้องหาวิธีกระตุ้นให้เด็กๆพัฒนาตัวเองต่อไปด้วย”