ตร.นครบาล รวบโจรจยย.วิ่งราวทรัพย์ ก่อเหตุนาน4ปี หลายร้อยครั้ง กระเป๋าสตรี 64 ใบ เอกสารประจำตัวผู้เสียหาย 60 รายการ
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองผบช.น. พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รองผบช.น. พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ รรท.ผบก.น.5 พ.ต.อ.ขจรพงษ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ รองผกก.สส.สน.ทองหล่อ และ พ.ต.ต.ทองเปลว หาญไพบูลย์ สว.สส.สน.ทองหล่อ ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายนิรัตน์ หรือก้อง แก้วสุกัลยา พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือzte จำนวน 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ พีซีเอ็กซ์ ทะเบียน 4กฮ9556 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน หมวกกันน็อค สีขาว 1 ใบ กระเป๋าสตรีจำนวน 64 ใบ เอกสารประจำตัวผู้เสียหายจำนวน 60 รายการ โทรศัพท์มือถือจำนวน 10 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ถ.บ้านกรด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีผู้เสียหายจำนวนมาก เข้าร้องทุกข์กับทางตำรวจว่า มีคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ออกตระเวนก่อเหตุ วิ่งราวทรัพย์และลักทรัพย์ในพื้นที่ จึงลงพื้นที่สืบสวนจนทราบว่าคนร้ายรายนี้ก่อเหตุเพียงลำพัง โดยใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นพีซีเอ็กซ์ สีขาวแดง หมายเลขทะเบียน 4กฮ9556 กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้ป้ายทะเบียนของผู้อื่นที่เก็บได้มาติด และบางครั้งก็ใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนก่อเหตุอีกด้วย ต่อมาทราบว่าคนร้ายรายนี้คือ นายนิรัตน์ พักอาศัยอยู่ย่านบางเขน จึงนำกำลังไปตรวจสอบ แต่พบว่าผู้ต้องหาไหวตัวทันหลบหนีออกไปยังต่างจังหวัด กระทั่งทางตำรวจพบเบาะแสคนร้ายหลบหนีไปใน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังไปจับกุมตัวไว้ได้
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ภายหลังจับกุมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางเข้าตรวจยึดของกลางเพิ่มเติมที่ห้องพักคอนโดเอ็มบีแมนชั่น เลขที่ 55/22ม.4 ถ.รามอินทรา19 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ภายในพบเอกสารประจำตัวผู้เสียหายประกอบด้วย บัตรประชาชนบัตร ใบขับขี่ เอกสารทางราชการ หนังสือเดินทางต่างประเทศ สมุดบัญชีเงินฝาก โทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าสะพายสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีจำนวนมาก จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนนำตัวสอบสวนที่ สน.ทองหล่อ
จากการสอบสวน นายนิรัตน์ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง จึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกตระเวนวิ่งราวทรัพย์มาเป็นระยะเวลา 4 ปี โดยเลือกก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ด้วยวิธีการกระชากกระเป๋า ซึ่งทุกครั้งมักจะใช้รถจักรยานยนต์แบบไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หรือแผ่นป้ายทะเบียนปลอมก่อเหตุหลายร้อยครั้ง เลือกเหยื่อทั้งต่างชาติและชาวไทย ทั้งผู้หญิงและชาย อีกทั้งจะเลือกทำเลการก่อเหตุในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง สน.ลุมพินี สน.ลาดพร้าว สน.ทองหล่อ สน.ทุ่งมหาเมฆ สน.วังทองหลาง และสน.บางรัก เป็นหลัก เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ได้ทรัพย์สินมูลค่าสูง และไกลจากที่พักของตนอีกด้วย
ทั้งนี้เมื่อทำการตรวจสอบประวัติพบว่าคนร้ายรายนี้ เคยต้องโทษคดีวิ่งราวทรัพย์ในท้องที่วังทองหลางมาเมื่อปี 2556 เบื้องต้นแจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์ หรือลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะในเวลากลางคืน หรือรับของโจร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

