วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชลประทานเจาะอุโมงค์ 'สานต่องานพ่อ เติมน้ำเติมชีวิต

กรมชลประทานเดินเครื่องเจาะอุโมงค์ ส่งน้ำผ่านชั้นหินครั้งแรกของประเทศไทย ในพิธี สานต่องานพ่อ เติมน้ำเติมชีวิต ช่วงแม่งัด – แม่กวง

เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา หวังลดปัญหาภัยแล้ง คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จตามแผนปี 2564 ด้านผลกระทบได้ทำความเข้าใจกับประชาชน และกลุ่มปางช้างเรียบร้อย เตรียมย้ายหินที่ชาวบ้านเคารพ ขึ้นไว้ในอาคารเอนกประสงค์ตามแบบที่ชาวบ้านต้องการ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 พ.ย.ที่งานเดินเครื่องเจาะอุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่งัด – แม่กวง สัญญาที่ 2 โครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา บริเวณบ้านป่าสักงาม ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ กรมชลประทานได้จัดพิธีเปิดงาน "สานต่องานพ่อ เติมน้ำเติมชีวิต"โดยมีนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายณรงค์ ลีนานนท์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ร่วมพิธีเปิดงาน

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เป็นโครงการที่มีความสำคัญอย่างมาก ต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และลำพูน เนื่องจากต้องใช้น้ำที่มาจาก 3 แหล่งหลัก คือเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่กวงอุดมธารา และฝายแม่แตง ในส่วนของเขื่อนแม่กวงมีปัญหาในเรื่องของพื้นที่รับน้ำ น้ำที่เข้ามาในเขื่อนที่มีความจุ 260 ลบ.ม. แต่ละปีมีน้ำเข้ามาเพียง 100 ลบ.ม. ทำให้เกิดผลกระทบในช่วงฤดูแล้งน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ ในขณะที่ฤดูฝนต้องมีการกระบายน้ำออก เนื่องจากมีน้ำเข้ามาในเขื่อนเป็นจำนวนมากทำให้เกิดความสูญเสียโดยไม่ได้ประโยชน์

ชลประทานจึงได้สนองพระราชดำริใน เรื่องของการบริหารจัดการน้ำ โดยการผันน้ำจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เข้ามากักเก็บที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เพื่อลดปัญหาอุทกภัย และ ปัญหาภัยแล้งได้ การดำเนินโครงการดังกล่าวนี้ คาดว่าจะสามารถแล้วเสร็จตามกำหนดเวลา ในปี 2564

ส่วนเรื่องที่ชาวบ้านแม่ตะมานที่เกรงว่า การเข้ามาดำเนินโครงการจะส่งผลกระทบนั้น ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาในเรื่องผลกระทบที่มีขึ้น โดยมีการพูดคุยกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของการท่องเที่ยวนั้น ชลประทานจะเข้ามาดำเนินการถนนให้มีความสะดวก และลดผลกระทบกับแหล่งท่องเที่ยวและชาวบ้านให้น้อยที่สุด ทั้งนี้กลุ่มชาวบ้านที่กังวลในเรื่องเสียงที่จะต้องมีการระเบิดอุโมงค์นั้น ได้ทำความเข้าใจมาอย่างต่อเนื่อง ว่าเสียงระเบิดนั้นไม่ได้ดังมาก โดยจะพยายามทำให้เกิดความเคยชิน โดยเฉพาะกับช้างที่อยู่ในปางต่างๆ โดยชลประทานจะดำเนินการดูแลอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ทั้ง การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นด้วยและต้องการให้โครงการดังกล่าวนี้เสร็จโดยเร็ว แต่เชื่อว่ายังมีบางส่วนยังคงไม่มั่นใจในเรื่องของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ทางคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นมาจะต้องพูดคุยให้ชาวบ้านเข้าใจ

นายณรงค์ ลีนานนท์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัญหาอุปสรรคขณะนี้คือการขออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ เนื่องจากว่าในบริเวณด้านแม่งัด ที่โครงการต้องการเปิดหน้างานขึ้นมานั้นยังติดพื้นที่อุทยานศรีลานนา ซึ่งคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการแล้ว กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการเพิกถอนพื้นที่อุทยาน โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 1 ปี ซึ่งอาจจะช้าเกินไป จึงได้ทำเรื่องเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อขอผ่อนผันดำเนินการไป พร้อมกับการดำเนินการเพิกถอนพื้นที่อุทยาน ซึ่งหากสามารถดำเนินการจะทำให้งานแล้วเสร็จได้ตามแผน ในปี 2564

สำหรับปัญหาชุมชนและปางช้างบริเวณ อ.แม่แตง ซึ่งชาวบ้านและปางช้างเกรงว่าจะได้รับผลกระทบด้านเสียง และประเด็นหินที่ทางกลุ่มชาวบ้านเคารพนับถือ ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพูดคุย คือชลประทาน จังหวัด และกลุ่มชาวบ้าน จากการหารือเรื่องดังกล่าวจะมีการเคลื่อนย้ายหินดังกล่าวขึ้นมาไว้ในอาคาร ที่ทางชลประทานจะทำการก่อสร้างให้ตามแบบที่ชาวบ้านต้องการ ซึ่งอาคารดังกล่าวจะเป็นอาคารเอนกประสงค์ ซึ่งชาวบ้านสามารถใช้ทำประโยชน์ได้ ส่วนผลกระทบเรื่องเสียง กำลังอยู่ระหว่างการพิสูจน์ว่าหากมีการระเบิดจริง จะมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ทางคณะกรรมการที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธาน กำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยหาแนวทางในการดำเนินการ ซึ่งทางกรมชลประทานเองมั่นใจว่าในเรื่องของเทคนิคการระเบิดนั้น สามารถที่จะควบคุมได้ เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีการระเบิดมีความก้าวหน้าไปอย่างมาก จึงไม่น่าเป็นกังวลในเรื่องของเสียงดัง

การเจาะอุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่งัด - แม่กวงดังกล่าว เป็นการเจาะในชั้นหินครั้งแรกของประเทศไทย โดยใช้ทั้งเทคนิคการขุดเจาะระเบิด (Drill & Blast) ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้เฉลี่ยประมาณ 4 – 6 เมตร/วัน และเทคนิคการใช้เครื่องเจาะ Tunnel Boring Machine (TBM) ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้เฉลี่ยประมาณ 12-20 เมตรต่อวัน การใช้เทคนิคผสมผสานกัน ขึ้นอยู่กับการพิจารณาประสิทธิภาพความเหมาะสมทางเทคนิค ต้นทุน และความจำเป็นของสภาพแวดล้อม เช่น สภาพหิน โครงสร้างหิน น้ำใต้ดิน เพราะต้องดำเนินการเจาะอุโมงค์ ซึ่งมีความลึกจากผิวดิน ประมาณ 300 เมตร จนถึง 700 เมตร ซึ่งการเจาะอุโมงค์ในช่วงนี้จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.20 เมตร ปัจจุบันสามารถดำเนินการขุดเจาะเข้าไปแล้วประมาณ 20 เมตร

สำหรับโครงการเพิ่มปริมาณนํ้าในอ่างเก็บนํ้าเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่ จะมีการดำเนินงานก่อสร้างเป็น 2 ช่วงคือ อุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่แตง – แม่งัด ระยะทางตั้งแต่ประตูระบายน้ำแม่ตะมาน ซึ่งกั้นลำน้ำแม่แตง จนถึงอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล แบ่งออกเป็น 2 สัญญา มีกำหนดแล้วเสร็จพร้อมกันทั้งสองสัญญาในปี พ.ศ.2564 ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมงานเบื้องต้น ขอหนังสือรับรองเพื่อประกอบการขออนุญาตมีและใช้วัตถุระเบิด และอุปกรณ์ และเริ่มกระบวนการออกแบบ จัดหาเครื่องเจาะ Tunnel Boring Machine อุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่งัด – แม่กวง ระยะทางตั้งแต่อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จนถึงอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา แบ่งออกเป็น 2 สัญญา โดยสัญญาที่ 1 มีความยาวอุโมงค์ 12.500 กิโลเมตร เริ่มดำเนินการเมื่อปี พ.ศ.2558 กำหนดแล้วเสร็จปี พ.ศ.2564 ส่วนสัญญาที่ 2 มีความยาวอุโมงค์ 10.476 กิโลเมตร ได้เริ่มขุดเจาะในวันนี้ (8 พ.ย.) กำหนดแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2562