เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เตรียมพื้นที่บวงสรวงต้ดไม้จันทน์หอม 4 ต้น ใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ 14 พ.ย.นี้
เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เร่งปรับพื้นที่บริเวณไม้จันทน์หอม ต้นที่ 15 ซึ่งทางกองพระราชพิธี และโหรพราหมณ์สำนักพระราชวัง คัดเลือกเป็นจุดบวงสรวงในพิธีตัดต้นไม้จันทน์หอมเป็นปฐมฤกษ์ เพื่อใช้จัดสร้างพระบรมโกศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยใช้ฤกษ์เวลา 14.09 น.ของวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้โดยต้นไม้จันทน์หอมทั้ง 4 ต้นที่ได้รับการคัดเลือกเป็นต้นไม้จันทร์หอมที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติ มีกลิ่นหอม ลักษณะต้นไม้เปล่าตรงขนาดความโตตั้งแต่ 142 เซนติเมตรไปจนถึง 203 เซนติเมตร และมีความสูงตั้งแต่ 11เมตรถึง 15 เมตร
วันที่ 6 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เร่งปรับพื้นที่บริเวณต้นไม้จันทน์หอมลำดับต้นที่ 10 ,11,14 และต้นที่ 15 รวม 4 ต้นภายในบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ด้านหลังของที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ภายหลังจากที่นายจำลอง ยิ่งนึก ผู้อำนวยการกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง และนายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ฝ่ายปกครอง ตลอดจนหน่วยงานเกี่ยวข้องได้สำรวจและคัดเลือกต้นไม้จันทน์หอมจาก 19 ต้นเหลือเพียง 4 ต้นเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาแล้วนั้น เพื่อใช้จัดสร้างพระบรมโกศ ตกแต่งพระเมรุมาศ และทำดอกไม้จันทน์ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมเลือกพื้นที่บริเวณต้นไม้จันทน์หอมลำดับต้นที่ 15 ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงตัดต้นไม้จันทน์หอมทั้ง 4 ต้นในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 โดยใช้ฤกษ์เวลา 14.09-14.39 น.
ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้เร่งดำเนินการปรับพื้นที่บริเวณโดยรอบต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เพื่อใช้เป็นมณฑลพิธีบวงสรวงและตัดต้นไม้จันทน์หอม โดยเฉพาะจุดด้านหน้าพื้นที่ราบ จะมีการตั้งโต๊ะเครื่องบวงสรวง ตลอดจนเครื่องสังเวยต่างๆ รวมทั้งทำบันไดไม้ชั่วคราวขึ้นไปยังต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เพื่อให้นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ ซึ่งจะเดินทางมาประกอบพิธีในวันดังกล่าว โดยจะมีการหลั่งน้ำเทพมนต์ เจิมบริเวณต้นไม้จันทน์หอม และลงขวานทองที่ต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เป็นปฐมฤกษ์ พร้อมโปรยข้าวตอกดอกไม้รอบบริเวณต้นไม้จันทน์หอม และจึงดำเนินการตัดต้นไม้จันทน์หอมที่เหลืออีก 3 ต้นพร้อมๆกัน
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ยังต้องปรับพื้นที่ เพื่อที่จะรองรับหน่วยงานราชการต่างๆ ตลอดจนประชาชนที่จะมาร่วมประกอบพิธีบวงสรวงตัดต้นไม้จันทน์หอมในครั้งนี้ด้วย
ในขณะเดียวกันนายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่ สางเถาวัลย์และไม้เล็กบางส่วนที่ขึ้นปกคลุมบริเวณต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 10,11,14 ด้วยเนื่องจากทั้ง 3 ต้นจะต้องดำเนินการตัดต้นไม้จันทน์หอมให้เสร็จสิ้นในช่วงเวลาที่กำหนดเช่นกัน ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้านี้การปรับพื้นที่ทั้งหมดจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ต่างพร้อมใจดำเนินการตามขั้นตอนตั้งแต่การตัด การแปรรูป การลำเลียงขึ้นรถไปส่งมอบจนเสร็จสิ้นให้ลุล่วงเพื่อถวายความอาลัย และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
นายพิเชษฐ์ อินทร์เรือง พนักงานพิทักษ์ป่า อช.กุยบุรี กล่าวว่า ทั้งนี้ที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ดำเนินการสำรวจ ได้พบไม้จันทน์หอมยืนต้นตายตามธรรมชาติ บริเวณป่าดิบแล้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หมู่ 9 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไว้จำนวน 4 ต้นจาก 19 ต้นโดยต้นที่ 14 มีขนาดความโต 203 เซนติเมตร สูง 15 เมตร ปริมาตร 4.92 ลูกบาศก์เมตร ต้นที่ 11 มีขนาดความโต 178 เซนติเมตร สูง 11 เมตร ปริมาตร 2.77 ลูกบาศก์เมตร ต้นที่ 10 มีขนาดความโต 175 เซนติเมตร สูง 14 เมตร ปริมาตร 3.41 ลูกบาศก์เมตร และต้นที่ 15 มีขนาดความโต 142 เซนติเมตร สูง 15 เมตร ปริมาตร 2.09 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้ง 4 ต้นเนื้อไม้มีกลิ่นหอมปานกลาง และมีลักษณะไม้เปลาตรง
ซึ่งขณะนี้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้อนุมัติการตัดและแปรรูปไม้จันทน์หอมแล้ว โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมการแปรรูปไม้จำนวน 3 ราย ซึ่งมีเจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส 1 นายเป็นประธานคณะกรรมการ และนักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ กรรมการและเลขานุการ หลังจากดำเนินการแปรรูปไม้เสร็จแล้วจะดำเนินการส่งมอบไม้จันทน์หอมทั้งหมดให้กับสำนักพระราชวัง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
อนึ่งความสำคัญสำหรับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการตัดต้นไม้จันทน์หอมไปใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ ทั้งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ,สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก และครั้งนี้ไปใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

