ใครเก่งกว่ากัน

ใครเก่งกว่ากัน

มีคนถามผมตลอดว่า ให้เปรียบเทียบสุดยอดนักกีฬาแต่ละประเภท

 แต่เกิดต่างยุคกันว่าใครเก่งกว่า เช่น ดิเอโก มาราโดนา กับ เปเล่ ใครเก่งกว่ากัน เลอบรอน เจมส์ สู้ ไมเคิล จอร์แดน ได้ไหม สามารถ กับ แสนชัย ชกกันใครชนะ คำถามพวกนี้ไม่แปลกครับ ตอนเด็กๆผมก็ถามพ่อเหมือนกัน

สัปดาห์นี้ ผมมีประเด็นมาช่วยวิเคราะห์คำถามทำนองนี้ โดยใช้หลักความจริง รวมถึงความเปลี่ยนแปลงในวงการกีฬา ตามหลักวิทยาศาสตร์และตรรกะ ไม่ได้ยกเมฆ หรือใช้ความรู้สึกมาตัดสิน

อันดับแรก คนต่างยุคกันวัดกันไม่ง่ายครับ เพราะสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกัน เวลาที่เปลี่ยนไป กีฬาแต่ละชนิดก็ต่างจากเดิม อุปกรณ์และกติกาบางอย่างก็ไม่เหมือนกัน ผมยกตัวอย่างการแข่งขันพุ่งแหลน จะวัดอะไรไม่ได้เลย เพราะแหลนที่ใช้พุ่งเปลี่ยนจากอดีตมากมาย นักกีฬาสมัยนี้พุ่งได้ไม่ไกลแบบ ยาน ซีเลสนีจากเช็กแน่นอน เพราะหลักอากาศพลศาสตร์ของแหลนเปลี่ยนไปมาก ส่วนกอล์ฟก็ไม่เหมือนเดิม สมัยก่อนคนไดร์ฟ 300 หลา หายากมาก เดี๋ยวนี้โปรทัวร์ใหญ่ตีได้ทุกคนเพราะอุปกรณ์เอื้ออำนวย เทคโนโลยีสูง แต่นักกีฬาก็พัฒนาด้านวงสวิงและพลกำลังด้วย

ดังนั้น ผมจะตัดปัจจัยภายนอกในการวิเคราะห์ข้างต้นออกไป มาดูตัวนักกีฬาแทน

เช่นคำถามยอดนิยม ใครคือนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดตลอดกาล เปเล มาราโดนา หรือ เมสซี ลักษณะของนักฟุตบอลที่เอ่ยมา เก่งตามยุคและสิ่งแวดล้อมที่เขาโตมาครับ เปเล โตมาในยุคบราซิลมีคนเก่งมาก ลีลาแซมบาสวยงามยุคแรก ตอนเด็กเล่นข้างถนน เน้นความสามารถเฉพาะตัว โตมาอยู่ทีมเก่งเลยพัฒนาไว คนยกย่องเพราะได้แชมป์โลกมากกว่าใคร และมีเซ้นส์ฟุตบอลเป็นเลิศ (ยกเว้นเรื่องทำนายผล)

มาราโดนา มาจากสลัม ปากกัดตีนถีบ ชีวิตสมบุกสมบัน ทำให้เขาแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ เด็กสมัยนี้ คงเป็นแบบนั้นไม่ได้ เพราะสภาพแวดล้อมสบายกว่ามาก และช่วง 30 ปีที่แล้วในวงการกีฬา ถือเป็นยุคทองของการใช้สารกระตุ้นด้วย นักกีฬาสมัยนี้ใช้สารกระตุ้นแบบสมัยก่อนไม่ได้แน่นอน

เมสซี ได้รับการสนับสนุนจาก บาร์เซโลนา ตั้งแต่เด็ก ฝึกฟุตบอลตามหลักสมัยใหม่ โภชนาการถึง วิทยาศาสตร์การกีฬาช่วยเขาเยอะมาก แต่พรสวรรค์ไม่น้อยไปกว่า เปเล หรือ มาราโดนา เลย แต่คนยังไม่ยกย่องว่า เมสซี เก่งที่สุดตลอดกาล เพราะเขายังไม่เคยได้แชมป์โลกนั่นเอง

ผมเกริ่นกับนักฟุตบอลมา นั่นแค่เริ่มเข้าเรื่องครับ เพราะประเด็นจริงๆคือกาลเวลามันเปลี่ยนแปลง นักกีฬายุคก่อนเล่นกีฬากันลำบากกว่าสมัยนี้ สนามก็ไม่มี ต้องเล่นตามพื้นปูน หรือดิน รองเท้าก็ไม่ดีแบบสมัยนี้ อาหารการกินยิ่งไปกันใหญ่ นักยกน้ำหนักไทยทานน้ำพริกปลาทู ไม่มีโปรตีนเสริมแบบสมัยนี้

แต่ความลำบากนี่แหละที่ทำให้คนสมัยก่อนแกร่งมาก ไม่มีสิ่งยั่วยุแบบสมัยนี้ ว่างก็เล่นกีฬา ไม่ใช่ว่างก็จับสมาร์ทโฟนเล่นโซเชียล กีฬาเหมือนการทำงานครับ ทำงานหนักวันนี้ แก่ตัวอยู่สบาย มีเงินพอเพียง ถ้ารักสบาย ขี้เกียจวันนี้ วันหน้าลำบากแน่นอน กีฬาก็เช่นกัน ขยัน ฝึกหนัก อดทน ตั้งแต่เด็ก จะเก่งกว่าพวกไร้วินัย ขี้เกียจซ้อมแน่นอน

สมัยก่อน ความเหลื่อมล้ำทางกีฬามีมาก ข้อมูล ข่าวสาร หายากกว่าสมัยนี้ คนที่เก่งกว่า ฝึกมาดีกว่า จะชนะพวกที่ด้อยกว่าตลอด แต่สมัยนี้ดูถ่ายทอดก็พอรู้เขาแล้ว แถมมีอินเตอร์เน็ตให้ศึกษาทุกอย่าง กีฬาเลยทันกัน พัฒนาทัดเทียมกันได้

นักกีฬาสมัยนี้ก็มีข้อดีมากกว่าสมัยก่อนหลายข้อ ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาไปไกลมากๆ นักกีฬาเริ่มต้นฝึกถูกวิธีมากขึ้น อาหารการกินดี เทคโนโลยีล้ำกว่าอดีตมาก ประเด็นเหล่านี้แหละครับ ที่เราไม่ควรนำมาวิเคราะห์ สิ่งแวดล้อมมันเปลี่ยนไปมากจริงๆ

เมื่อตัดประเด็นสิ่งแวดล้อมออกไป จะเหลือประเด็นตัดสินว่าใครเก่งกว่าใคร ไม่กี่อย่างเลย นั่นคือ 1. ใครได้แชมป์มากกว่ากัน 2. ใครทำให้แฟนกีฬาประทับใจในความเก่งมากกว่า และ 3. ในยุคของนักกีฬาคนนั้น เขาเด่นกว่าคนอื่นมากขนาดไหน 

คนเราความเห็นไม่ตรงกันทุกเรื่องหรอก ถกกันแบบมีข้อมูล มีเหตุผล ได้ประโยชน์ต่อส่วนรวมดีที่สุด กีฬาดูให้สนุก วิจารณ์กันอย่างสร้างสรรค์ครับ