แกนนำชาวนากรุงเก่ามั่นใจโรงสียังกดราคา ชี้หนี้สินล้นจำเป็นต้องประกาศขายนาแล้ว
ผู้สื่อข่าวออกไปสำรวจบรรยากาศเก็บเกี่ยวผลผลิตของเกษตรกรชาวนาใน ต.หน้าโคก อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่ายังคงมีเกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต
โดยนายวิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรระดับอำเภอจังหวัดภาคกลาง เปิดเผยว่าเกษตรกรชาวนาภาคกลางส่วนใหญ่ยังไม่สบายใจในการช่วยเหลือของรัฐบาล ในเรื่องการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวเนื่องจากระบุเป็นข้าวหอมมะลิ ไม่ได้พูดถึงข้าวอื่นๆที่ส่วนใหญ่ชาวนาในภาคกลางปลูก อีกทั้งการที่บอกว่าจะช่วยเรื่องรับจำนำที่ยุ้งฉางนั้น หากเป็นทางภาคเหนือหรืออิสานก็อาจจะมีแต่ภาคกลางแทบจะหาไม่ได้แล้ว ที่ผ่านมาเกษตรกรที่ทำนาในภาคกลางส่วนใหญ่เกี่ยวข้าวสดแล้วส่งขายเลย ซึ่งจะใช้ความชื้นเป็นที่ตั้งในเรื่องของราคารับซื้อ ซึ่งตอนนี้ราคาข้าว ที่ความชื้น 15 เปอร์เซ็นอยู่ที่ 7.5 พันบาท หากความชื้นสูงกว่านั้นก็จะได้เพียง 4-5 พันบาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าตกต่ำมาก ล่าสุดมีข่าวว่าทางตัวแทนผู้ประกอบการโรงสีลาออกจากคณะกรรมการข้าว ถือว่าเป็นการบีบแบบกลายๆ เพราะหากโรงสีไม่รับซื้อ จะเอาข้าวไปขายที่ไหน และหากจำนำที่ยุ้งฉางไม่ได้อีก แล้วรัฐบาลจะทำอย่างไร ยิ่งทำให้มั่นใจว่าโรงสีพยายามที่จะบีบเพื่อกดราคาข้าวของเกษตรกร จึงขอให้รัฐเร่งหาทางแก้ไขโดยเร็ว
ด้านนายชำนาญ ชินบุตร อายุ 69 ปีเกษตรกรปลูกข้าวจำนวน 65 ไร่ เปิดเผยว่าปลูกข้าวมานานกว่า 50 ปี หรือตั้งแต่เด็ก ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำมากในช่วงรัฐบาลใหม่นี้ ปี 57 ตั้งแต่บอกว่าราคาอยู่ที่ 8.5 พันบาท แต่ก็ไม่ได้เพราะขายจริงอยู่ที่ 5-6 พันบาท ปี 58 ก็เกิดภัยแล้งไม่ได้ทำนา จนมาทำได้ก็มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมและราคาข้าวตกอย่างหนักอีก ซึ่งทำให้เป็นหนี้สินล้นพ้น เงินที่ลงทุนไปก็ไม่ได้ ต้องส่งดอกให้กับ ธกส.อีก ส่วนที่ต้องกินต้องใช้ก็กู้เงินนอกระบบ ทำให้ตอนนี้ต้องช่วยตนเองโดยจำเป็นต้องประกาศขายนาแล้ว 10 ไร่ ในราคาไร่ละ 1.7 แสนบาทเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ รู้สึกเสียใจอย่างมาก




