การรอคอยกว่า 2 ปี ใกล้ถึงเวลาสิ้นสุดลงเสียที ในวันพฤหัสบดีที่ 3 พ.ย.
เมื่อ ทิม วีเซ จะขึ้นเวทีที่มิวนิค ในฐานะนักมวยปล้ำของ ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (WWE) อย่างเป็นทางการครั้งแรก นับแต่หันหลังให้กับวงการฟุตบอล
“ผมไม่ได้มองว่ามวยปล้ำเป็นหนทางออกสำหรับตัวเอง มันเป็นแค่อีกวิธีในการปล่อยตัวให้อ้วน และนอนสบายๆบนฟูก” อดีตผู้รักษาประตูที่ลงเล่นในบุนเดสลีกา 269 เกม และติดทีมชาติเยอรมนีทั้งสิ้น 6 ครั้ง กล่าวถึงเส้นทางชีวิตสุดแนวที่เจ้าตัวเลือกเดิน...
ชีวิตหลังแขวนสตั๊ด
นอกจากการรับงานเป็นโค้ชและผู้บรรยายกีฬา ที่เป็นอาชีพหลักของบรรดานักฟุตบอลแล้ว มีพ่อค้าแข้งอีกหลายรายที่เลือกเดินบนเส้นทางที่ต่างออกไป
วินนี โจนส์ อดีตกองกลางทีมชาติเวลส์ ผันตัวไปรับงานเป็นนักแสดง และประสบความสำเร็จพอตัวกับภาพยนตร์ในสายแอ็คชัน ไกซ์กา เมนดิเอตา จอมทัพดีกรีทีมชาติสเปน และ บาเลนเซีย มุ่งหน้าสู่เส้นทางสายดนตรีในบทบาทดีเจไนท์คลับ
ฮาคาน ซูเคอร์ ศูนย์หน้าทีมชาติตุรกี ชุดฟุตบอลโลก 2002 ทำงานในสายการเมือง และเคยได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาฯกรุงอิสตันบูล ขณะที่ โธมัส กราเวอเซน ห้องเครื่องทีมชาติเดนมาร์ก ของ เรอัล มาดริด เป็นนักเล่นโปกเกอร์มืออาชีพที่มีทรัพย์สินกว่า 80 ล้านปอนด์
นายทวารจอมบู๊
นับจากอดีต เยอรมนี เป็นต้นกำเนิดของนายทวารชั้นดีฝีปากกล้าจากรุ่นสู่รุ่น ไล่ตั้งแต่ โทนี ชูมัคเกอร์, โอลิเวอร์ คาห์น เรื่อยมาจนถึง วีเซ
อดีตผู้รักษาประตู แวร์เดอร์ เบรเมน ผู้นี้ไม่เคยหวั่น เมื่อต้องวิ่งออกนอกเขตโทษมาสกัดฝ่ายตรงข้าม แม้จะเสี่ยงต่อการเข้าปะทะหนักหน่วงก็ตาม เหมือนที่ครั้งหนึ่ง เจ้าตัวเคยกะจังหวะพลาดในการเข้าสกัด จนกลายเป็นการกระโดดถีบใส่ อิวิกา โอลิช ของฮัมบูร์กจนน็อคคาสนามมาแล้ว
นอกสนาม วีเซ ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะลีลาการให้สัมภาษณ์แบบขวานผ่าซาก จิกกัดตั้งแต่สมาคมฟุตบอล คู่แข่ง หรือแม้แต่เพื่อนร่วมทีมตัวเอง “โอลิเวอร์ คาห์น คือฮีโร่ของผม เพราะสไตล์ของเราใกล้เคียงกัน” วีเซ อธิบาย “แต่ปัญหาคือในเยอรมนี ไม่มีใครอยากเห็นคุณประสบความสำเร็จ”
แรงกดดันมหาศาลทั้งจากในและนอกสนาม คือเหตุผลสำคัญที่ วีเซ ตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอล ขณะอายุเพียง 32 ปี ทั้งที่น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับผู้รักษาประตู
วีเซ หมดสัญญากับ เบรเมน ในปี 2012 และปฏิเสธการย้ายไปเป็นมือสองถัดจาก อีเคร์ กาซียาส ที่ เรอัล มาดริด ด้วยความเชื่อที่ว่าการเซ็นสัญญากับ ฮอฟเฟนไฮม์ พร้อมบทบาทกัปตันทีม เป็นทางเลือกที่ดีกว่าในการรักษาตำแหน่งในนามทีมชาติไว้
แต่ฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้ วีเซ ตกเป็นเป้าโจมตีของทั้งแฟนบอลและสื่อมวลชน “แรงกดดันมันมากเหลือเกิน ผมไม่สามารถทำตัวเหมือนปกติได้ ทุกครั้งที่เราแพ้ มันเหมือนเป็นความผิดของผมคนเดียว ผมหวังว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับใครอีก”
ประตูสู่โลกใหม่
วีเซ ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลในเดือนก.ย. 2014 ก่อนไปปรากฎตัวในฐานะแขกพิเศษของ WWE ระหว่างอีเวนท์พิเศษที่เยอรมนี ในเดือนถัดมา จากนั้น ก็มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการระบุว่า วีเซ ตอบรับคำเชิญของ ทริปเปิล เอช รองประธานบริหาร WWE เพื่อเข้ารับการฝึกฝนเป็นนักมวยปล้ำอาชีพตามหลักสูตร ที่ฟลอริดา ในสหรัฐ สำหรับโชว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รอว์ (RAW) สแมคดาวน์ (Smackdown) หรือรายการเพย์-เพอร์-วิวต่างๆ
“เป็นเรื่องดีเสมอที่เราได้ทำงานร่วมกับนักกีฬาเก่งๆ และกระหายที่จะเข้าสู่วงการ ทิม คลุกคลีกับเรามาได้ระยะหนึ่งแล้ว และถ้าเขาต้องการ ลองมาดูกันว่าเขาทำอะไรได้บ้าง การพูดมันง่ายกว่าการลงมือทำเสมอ” ทริปเปิล เอช อดีตแชมป์เฮฟวีเวท 14 สมัยของ WWE ผู้ริเริ่มศูนย์ฝึกของบริษัท กล่าวถึงสมาชิกใหม่ในวงการ
ร่างใหญ่สู่ร่างยักษ์
วีเซ ใช้เวลาราวสองปี เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเข้าสู่วงการ ตั้งแต่การเข้าแคมป์พิเศษที่เยอรมนี เรื่อยไปจนถึงการขัดเกลาทักษะที่ศูนย์ฝึก WWE ในสหรัฐ
จากตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ต้องมีความคล่องตัวสูง วีเซ คนปัจจุบันต่างไปจากเดิมชนิดคนละคน บนความสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากเดิม 90 กก. เป็น 120 กก. “ตอนเลิกเล่นฟุตบอลใหม่ๆ ผมเคยหนักถึง 132 กก.ด้วยซ้ำ เพราะผมต้องกินอาหารที่มีแคลอรีไม่ต่ำกว่า 6-7,000 แคลอรีต่อวัน แต่ตอนนี้ผมลดปริมาณลงเหลือ 3,000 แคลอรีต่อวันแล้ว ผมตั้งใจจะลดน้ำหนักลงอีก 3-4 กก. เพื่อให้แข็งแกร่งกว่านี้ก่อนขึ้นเวที”
นอกจากเรื่องทักษะแล้ว ศูนย์ฝึกของ WWE ที่จำกัดเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง ยังเป็นสถานที่ฝึกฝนการแสดงอื่นๆ โดยเฉพาะทักษะการพูดที่ถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับมวยปล้ำ “เรื่องคุยโวมันอยู่ในสายเลือดผมอยู่แล้ว ผมเป็นคนทะเยอทะยาน และไม่สนใจว่าใครจะคิดอะไร ผมเลิกเรียนเพราะไม่เห็นทางที่จะรวยได้ ผมเลือกเล่นฟุตบอลอาชีพ และมันก็ทำให้ผมเป็นเศรษฐี”
“ผมไม่ได้เสียดายหรือพลาดอะไรไปในชีวิต ผมเล่นฟุตบอลอาชีพมา 15 ปีแล้ว ฉะนั้น ผมก็มีสิทธิ์เลือกที่จะสนุกกับชีวิตตัวเองนับจากนี้”





