ผู้ปกครองและครู ค้านยุบโรงเรียนในหมู่บ้าน ที่มีขนาดเล็ก ไปรวมกับโรงเรียนใหญ่กว่า ที่นครพนม
เวลา 11.30 น. วันที่ 28 ต.ค. 59 ที่จังหวัดนครพนม นายอภิชาติ ดีบุกคำ สจ.เขตท่าอุเทน จ.นครพนม พร้อมด้วย นายบรรจง แสนสอน นางรัตนา เจริญขันธ์ อบต.ไชยบุรี นายปรารถนา ไชยศล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่4 บ้านนาหนองบก ต.ไชยบุรี นำชาวบ้านจำนวนหนึ่ง เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดนครพนม เพื่อยื่นหนังสือต่อ นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.ฯ กรณีได้รับความเดือดร้อนจากการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ไปอยู่กับโรงเรียนขนาดใหญ่ที่ห่างไกลออกไป โดยมี นายไชยวุฒิ วัชเรนทร์สุนทร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครพนม เป็นผู้ออกมารับหนังสือดังกล่าวแทน
นายบรรจง เปิดเผยว่า ก่อนหน้าจะมาร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม มีหนังสือจาก นางปราณี ท้าวกลาง ผอ.โรงเรียนบ้านนาหนองบก ลงวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา เชิญคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้นำชุมชน และผู้ปกครองนักเรียนทุกคน ร่วมประชุมหารือแนวทางในการปฏิบัติ และดำเนินการกำหนดตามนโยบาย การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก โดยอ้างให้โรงเรียนใกล้บ้านในพื้นที่ ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 40 คน ย้ายไปเรียนยังโรงเรียนหลัก คือ โรงเรียนชุมชนบ้านไชยบุรี ต.ไชยบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านราว 4 กม.เศษ ในความหมายคือยุบโรงเรียนเดิมทิ้งไป
ผลจากการหารือ ชาวบ้านลงมติไม่เห็นชอบการเข้าร่วมกับโรงเรียนหลัก ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น โรงเรียนเดิมจะถูกปล่อยทิ้งรกร้างว่างเปล่า นักเรียนต้องเดินทางไกลกว่าเดิม ผู้ปกครองต้องเดือดร้อนในเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นฯลฯ แต่หลังผ่านวันประชุมหารือไปไม่กี่วัน ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครพนมเขต 2 แอบลักไก่มีหนังสือสั่งการให้นักเรียนโรงเรียนบ้านนาหนองบก ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนชุมชนบ้านไชยบุรี ในวันเปิดภาคเรียนที่ 2 วันที่ 1 พ.ย.ที่จะถึงนี้ ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจ ในการกระทำของ สพฐ.เขต2 อย่างมาก จึงรวมตัวกันมายื่นขอความเป็นธรรมต่อ ผวจ.ฯดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าเมื่อเปิดเทอมวันที่ 1 พ.ย.นี้ จะไม่ให้ลูกหลานไปโรงเรียนชุมชนบ้านไชยบุรี ที่อยู่ห่างจากบ้านถึง 4 กม.เศษแน่นอน
ทางด้านนายไชยวุฒิได้กล่าวว่าจะมีหนังสือ แจ้งไปยัง สพฐ.เขต2 พิจารณาอีกครั้ง แต่จะทันในวันก่อนเปิดภาคเรียนหรือไม่นั้น ต้องรอดูหนังสือตอบรับอีกที รู้สึกเห็นใจปัญหาของชาวบ้าน ต้องมีภาระในการดูแลบุตรหลาน เพราะผู้ปกครองนักเรียนส่วนใหญ่ ไปหางานทำที่อื่น ไม่ได้อยู่กับครอบครัว และมีปัญหาครอบครัวแตกแยกเป็นทุนเดิม เด็กเหล่านี้จึงตกเป็นภาระของคนแก่ เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งมีฐานะยากจนอยู่แล้ว ตนจะเร่งทำหนังสือเสนอต่อผู้บังคับบัญชาต่อไป




