ทอมโหดฆ่าปาดคอแฟนสาว 5แผล ก่อนโดดตึกตายหนีผิด
ร.ต.อ.วิศรุจ ทาทอง รอง สว.(สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ ได้รับแจ้งเหตุหญิงพลัดตกจากที่สูงเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถหน้าอาคารพาณิชย์ หลังร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ใกล้ปากซอยประชาอุทิศ 33 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8 พ.ต.อ.ชูศักดิ์ เตชะรักษ์พงษ์ รอง ผบก.น.8 พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชจาก รพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ไม่มีชื่อ สูง 5 ชั้น ปลูกติดกัน 5 คูหา แบ่งให้เช่าเป็นห้องพักอาศัย จากการตรวจสอบบรเวณลานจอดรถด้านล่าง เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.วริษา อยู่มั่น อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ซอยประชาอุทิศ 33 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ สภาพศพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ นุ่งกางเกงยีน ตรวจสอบตามร่างกายพบว่า กะโหลกศีรษะแตก ขาหักผิดรูปทั้ง 2 ข้าง ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เจ้าตัวพักอาศัยอยู่กับแฟนสาวบนห้องเลขที่ 2/2 ชั้น 2 ของอาคารที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงขึ้นไปตรวจสอบแต่ปรากฏว่า ห้องล็อกจากด้านใน เจ้าหน้าที่พยายามเคาะเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงต้องพังประตูเข้าไป
เมื่อเปิดประตูออกเจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.โสภาพร ธิประเทศ อายุ 24 ปี เจ้าของห้องพัก และแฟนสาว น.ส.วริษา สภาพศพเปลือยกาย มีผ้าห่ม 3 ผืนคลุมร่างไว้ จากการตรวจสอบตามร่างกายพบน้ำลายฟูมปาก มีบาดแผลที่คอถูกปาดด้วยของมีคมจนเป็นแผลฉกรรจ์ 5 แผล ใกล้กันกับศพพบน้ำยาล้างห้องน้ำสีฟ้าอยู่ใแก้วพลาสติก 1 ใบ และมีดทำครัวยาว 8 นิ้ว ไม่มีคราบเลือดตกอยู่ ส่วนภายในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือร้อค้นแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนายเจษฎากร อยู่มั่น อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นบิดาของ น.ส.วริษา ให้การว่า ลูกสาวตนทำงานเป็นพนักงานรับส่งพัสดุ ส่วน น.ส.โสภาพร นั้นทำงานอยู่ร้านห้างแว่นท็อปเจริญ ย่านถนนเจริญกุรง โดยทั้งคู่คบหากันมาได้ประมาณ 2-3 ปี แล้วตอนแรกก็พักอยู่บ้านแม่ของแฟนสาว แต่เพิ่งย้ายมาอยู่ด้วยกันได้ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ปกติลูกสาวจะพาแฟนมาที่บ้านทุกวันจันทร์ซึ่งเป็นวันหยุดของฝ่ายหญิง ซึ่งเมื่อช่วง 10.00 น.ที่ผ่านมา ลูกสาวตนก็เพิ่งเข้าไปที่บ้านแล้วเอาของเล่นไปให้หลาน จนกระทั่งมาทราบว่า ลูกสาวกระโดดตึกลงมาเสียชีวิตจึงรีบมาดู ส่วนสาเหตุนั้นตนไม่ทราบว่ามาจากเรื่องอะไร เพราะที่ผ่านมาลูกสาวไม่เคยเล่าให้ฟังเลยว่ามีปัญหาอะไรกับฝ่ายหญิง
ด้าน พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ กล่าวว่า จากการสอบสวนพยานเบื้องต้นให้การว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 10.00 น.เศษ ได้ยินเสียงผู้ตายทั้งสองคนทะเลาะกัน ก่อนเสียงจะเงียบไป จนกระทั่งมาพบว่า น.ส.วริษา นั้นกระโดดตึกลงมาเสียชีวิต และเมื่อเข้าไปตรวจสอบในห้องพักก็พบศพ น.ส.โสภาพร จึงเป็นไปได้ว่า น.ส.วริษา จะก่อเหตุฆ่า น.ส.โสภาพร ก่อนจะขึ้นไปกระโดดจากดาดฟ้าลงมาฆ่าตัวตาย อย่างไรก็ตามยังต้องรอผลการชันสูตรศพของ น.ส.โสภาพร ด้วยว่ากินยาล้างห้องน้ำเข้าไปหรือไม่ รวมทั้งสอบสวนเพิ่มเติมว่า สาเหตุนั้นมาจากเรื่องอะไร





