หลักฐานมัดฆ่าต่อเนื่อง4ศพ หลังผลการตรวจพิสูจน์คราบเลือดเสื้อ "จิมมี่" ชี้ดีเอ็นเอตรงศพหญิงเร่ร่อนรายที่4
เมื่อเวลา 17.30 น. มีรายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดผลการตรวจพิสูจน์เสื้อของ “จิมมี่” พบว่ามีคราบเลือด ดีเอ็นเอ ตรงกับเหยื่อรายล่าสุด ซึ่งเป็นหญิงเร่ร่อนที่พบศพบริเวณใต้สะพานห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งทราบชื่อคือ นางรัมภา ปัญจพลเวชพิศิษฐ์ อายุ58ปี
โดยก่อนหน้านั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.เปิดเผย ความคืบหน้าคดีฆาตกรฆ่าปาดคอคนเก็บของเก่าต่อเนื่อง4ศพว่า สาเหตุการตายของผู้เสียชีวิตบริเวณ5แยกลาดพร้าวนั้นทุกคนทราบทั้งหมดแล้วเนื่องจากมีบาดแผลจากการถูกฟันถูกตีแต่เราสามารถที่จะยืนยันตัวบุคคลได้แล้วว่าผู้ตายเป็นใครซึ่งจะต้องตรวจสอบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้แน่ชัดอีกครั้งแต่ทราบถิ่นที่อยู่แล้วว่าอาศัยอยู่ที่อ.แม่จันจ.เชียงราย
ส่วนคดีพื้นที่สน.บางซื่อที่ผู้ก่อเหตุใช้มีดแทง ลุงยิ้ม อายุ 50 ปี ขายหนังสือพิมพ์เสียชีวิตอยู่บริเวณแยกประดิพัทธ์เมื่อวันที่5ก.ย.ที่ผ่านมานั้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบพิสูจน์วัตถุพยานคาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่นานเพื่อยืนยันหลักฐานการกระทำความผิดอีกส่วนหนึ่ง ผลตรวจครั้งแรกอาจจะยังไม่ชัดเจนจึงได้ส่งหลักฐานเพิ่มเติมซึ่งได้ประสานไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักคาดว่าผลการตรวจสอบน่าจะทราบภายในวันนี้โดยสรุปคดีฆ่าต่อเนื่อง4ศพน่าจะเป็นฆาตกรเพียงคนเดียวคือ นายจิมมี่ สัญชาติเมียนมา อายุ20ปี เหตุผลทั้งหมดอยู่ที่แผนประทุษกรรมเหยื่อรวมทั้งสถานที่เกิดเหตุใกล้เคีงกันหมดถึงแม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธก็สามารถยืนยันได้จากพยานแวดล้อมก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุรวมถึงผลการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด
เมื่อถามว่าการตรวจสอบดีเอ็นเอเพิ่มเติมเป็นอย่างไรนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ดีเอ็นเอที่พบที่เสื้อของนายจิมมี่นั้นเบื้องต้นจากการตรวจสอบทราบว่าเป็นดีเอ็นเอของผู้หญิงแต่ผู้เสียชีวิตมีผู้หญิง2คนคือเสียชีวิตอยู่ที่จ.ปทุมธานีและเสียชีวิตบริเวณห้าแยกลาดพร้าวทั้ง2ส่วนนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งรัดในการตรวจสอบพิสูจน์ทราบซจากการตรวจสอบเพิ่มเติมมีร่องรอยของรายนิ้วมือที่ด้ามร่มด้วยเพื่อเอาหลักฐานเพิ่มเติมไปตรวจสอบเพื่อเปรียบเทียบลายพิมพ์นิ้วมือของนายจิมมี่จากการประสานข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานคาดว่าจะทราบผลภายในวันนี้
“การตรวจสอบดีเอ็นเอของนายจิมมี่จากวัตถุพยานในที่เกิดเหตุคดีของลุงยิ้มนั้นหากตรวจสอบพบแล้วจะนำมาเปรียบเทียบกับวัตถุพยานที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุเป็นของจิมมี่เราก็สามารถที่จะยืนยันได้ถึงแม้ว่ามีพยานแวดล้อมส่วนหนึ่งแล้วก็ตามแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำการตรวจพิสูจน์ทราบเพิ่มเติมให้พยานหลักฐานแน่นหนามากขึ้นกว่านี้เพราะพยานแวดล้อมเห็นว่านายจิมมี่ไปอยู่บริเวณที่เกิดเหตุแต่ไม่เห็นตอนลงมือก่อเหตุจะต้องตรวจสอบว่าเห็นผู้ก่อเหตุระยะไหนมีแสงสว่างเพียงพอหรือไม่พฤติการณ์ที่เห็นก่อนหน้านี้เป็นอย่างไรที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานโดยบริเวณดังกล่าวยังไม่พบภาพจากกล้องวงจรปิดแต่ได้ขยายพื้นที่การตรวจสอบเพิ่มเติมอยู่”ผบช.น.กล่าว





