วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เมสซี' แฟคเตอร์ ฟ้า-ขาวในวันฟ้าครึ้ม

หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาว ที่ มาริโอ เคมเปส สเตเดียม ในเกมนัดล่าสุด ระหว่าง อาร์เจนตินา กับ ปารากวัย

 เค้าลางของความล้มเหลวสำหรับรองแชมป์โลกปีล่าสุด เริ่มชัดเจนขึ้น 

เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ ปารากวัย บุกมาชนะ อาร์เจนตินา ถึงถิ่น และส่งผลให้ อาร์เจนตินา อยู่ในอันดับ 5 ของตาราง หลังผ่านไปแล้วกว่าครึ่งทางของรอบคัดเลือก

16 คะแนน จาก 10 นัด ที่มี อาจตามหลัง โคลอมเบีย ในการลุ้นโควตาเข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติคะแนนเดียว แต่ถ้าเหลือบลงไปมองด้านล่าง อันดับ 5 พร้อมสิทธิ์เล่นเพลย์ออฟก็ใช่ว่าจะมั่นคง เพราะมีแต้มมากกว่า ปารากวัย ทีมอันดับ 6 และ ชิลี ทีมอันดับ 7 เพียงแค่ 1 และ 2 คะแนนตามลำดับ

อันที่จริง บทสรุปอาจไม่ย่ำแย่อย่างที่เกิดขึ้น หาก เซร์คิโอ อเกวโร ไม่ยิงจุดโทษไปติดเซฟของ ชุสโต บียาร์ นายทวารปารากวัย

“ไม่มีข้อแก้ตัวอะไรทั้งสิ้น เราเล่นกันได้แย่จริงๆ” อเกวโร กล่าวหลังแมตช์ “เราต้องพยายามฮึดสู้ และพลิกสถานการณ์ให้ได้”

ขาด เมสซี ขาดใจ

หนึ่งประเด็นที่หลายคนตั้งข้อสังเกต คือการขาดหายไปของ ลิโอเนล เมสซี ส่งผลให้ อาร์เจนตินา ทำแต้มหลุดมือไปถึง 7 คะแนน ใน 3 นัดหลังสุด แต่ในความเป็นจริง ถ้าย้อนกลับไปดูสถิติตั้งแต่เริ่มต้นรอบคัดเลือก จะพบข้อมูลที่น่าตกใจยิ่งกว่า

10 นัดที่ผ่านมา อาร์เจนตินา มีกัปตันทีมร่างเล็กร่วมด้วยเพียง 3 นัด แต่ทั้ง 3 นัด จบลงด้วยชัยชนะ 100% ประกอบด้วย 24 มี.ค. 59 ชนะ ชิลี 2-1 (เยือน) 29 มี.ค. 59 ชนะ โบลิเวีย 2-0 (เหย้า) และ 1 ก.ย. 59 ชนะ อุรุกวัย 1-0 (เหย้า)

ส่วนอีก 7 นัดที่เหลือ ชนะเพียงนัดเดียว หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ย 14% ที่เหลือเป็นการเสมอ 4 นัด และแพ้ 2 นัด ดังนี้ 8 ต.ค. 58 แพ้ เอกวาดอร์ 0-2 (เหย้า) 13 ต.ค. 58 เสมอ ปารากวัย 0-0 (เยือน) 13 พ.ย. 58 เสมอ บราซิล 1-1 (เหย้า) 17 พ.ย. 58 ชนะ โคลอมเบีย 1-0 (เยือน) 6 ก.ย. 59 เสมอ เวเนซุเอลา 2-2 (เยือน) 6 ต.ค. 59 เสมอ เปรู 2-2 (เยือน) และ 11 ต.ค. 59 แพ้ ปารากวัย 0-1 (เหย้า)

ฟุตบอลเล่นกัน 11 คนก็จริง แต่สถิติไม่เคยโกหกใคร ว่า อาร์เจนตินา ที่ไม่มี เมสซี อยู่ด้วย ก็แทบไม่มีความน่าเกรงขามเหลืออยู่

วัน แมน ทีม?

เมสซี มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ ดิเอโก มาราโดนา ตำนานลูกหนังร่วมชาติ ในฐานะอัจฉริยะลูกหนังที่ต้องแบกทีมไว้ แต่ในความเป็นจริง คาร์ลอส บิลาร์โด เฮดโค้ช ทีม “ฟ้า-ขาว” ชุดแชมป์โลก 1986 รวมถึงเพื่อนร่วมทีมของ มาราโดนา ควรได้รับเครดิตมากกว่านี้ สำหรับความสำเร็จที่เกิดขึ้น

บิลาร์โด นำรูปแบบการเล่น 3-5-2 ที่ยังไม่มีใครรู้จักมาใช้ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว การไม่มีฟูลแบ็กในทีม เนื่องจากในยุคนั้น ทีมส่วนใหญ่ไม่นิยมใช้ปีกทำเกมรุก ส่วนแผงกองกลางห้าคนก็ทำให้ได้เปรียบในเรื่องจำนวนผู้เล่นในการชิงพื้นที่กลางสนาม 

การถอย มาราโดนา มาเล่นเป็นหน้าต่ำ นอกจากจะทำให้มีพื้นที่ในการเล่นมากขึ้น ยังทำให้ทีมอื่นๆซึ่งคุ้นเคยในการรับมือศูนย์หน้าสองคน ดักทางไม่ถูก

นอกจากนี้ สมาชิกคนอื่นๆในทีมชุดแชมป์ที่เม็กซิโก ก็ไม่ใช่นักเตะที่ควรถูกมองข้าม

เนรี ปุมปิโด เป็นสมาชิกของ ริเวอร์เพลท ชุดประวัติศาสตร์ที่ได้แชมป์โกปา ลิเบร์ตาดอเรส เป็นสโมสรแรกของอาร์เจนตินา ออสการ์ รุจเจรี คือหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กที่ดีที่สุดที่ อาร์เจนตินา เคยมี ฆอร์เก เบอร์รูชากา และ ฆอร์เก บัลดาโน ต่างก็มีประสบการณ์ในยุโรปอย่างโชกโชน โดยเฉพาะรายหลังที่เล่นใน ลา ลีกา ก่อนฟุตบอลโลกที่เม็กซิโกเกือบสิบปี

สมดุลที่หายไป

กลับกัน อาร์เจนตินา ชุดปัจจุบัน ไม่สามารถหาส่วนผสมที่ลงตัวได้ ทั้งที่มีผู้เล่นอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร, กอนซาโล อิกวาอีน หรือ ฮาเวียร์ มาสเคราโน อยู่ในทีม

ปัญหาใหญ่ของ เอดการ์โด เบาซา คือแนวรับที่มี แทบไม่ใช่ตัวหลักของต้นสังกัด ทั้ง เซร์คิโอ โรเมโร ผู้รักษาประตู และ มาร์กอส โรโฮ แบ็กซ้าย จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รามิโร ฟูเนส โมริ ของ เอฟเวอร์ตัน ส่วน นิโกลัส โอตาเมนดี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี ก็แทบเป็นคนละคนกับสมัยอยู่ บาเลนเซีย

แดนกลาง ทั้ง อังเคล ดิ มาเรีย หรือ เอริค ลาเมลา อาจมีเทคนิคสูง แต่สไตล์การเล่นฉายเดี่ยว ไม่สามารถเชื่อมเกมได้ ส่วน เปาโล ดีบาลา จากยูเวนตุส ยังขาดประสบการณ์ในเกมระดับชาติ 

หาก เบาซา ยังตีโจทย์ไม่แตก ในการสร้างทีมจากนักเตะชั้นดีในมือ โดยไม่จำเป็นต้องฝากความหวังไว้กับ เมสซี แล้ว คงต้องเหนื่อยหนักเพื่อลุ้นเป็นหนึ่งใน 32 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกที่รัสเซีย

เพราะตอนนี้ แม้แต่โควตาเพลย์ออฟกับทีมจากโอเชียเนีย ยังสั่นคลอนจนทำท่าจะประคองไว้ไม่อยู่