วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกษตรกรทำข้าวเม่าขาย แทนข้าวเปลือกหลังราคาดิ่ง

เกษตรกรท่าโพธิ์ศรี จ.อุบลฯ ทำข้าวเม่าขาย สร้างมูลค่าเพิ่มของข้าวเปลือกธรรมดา มาแปรรูปเป็นข้าวเม่า สร้างรายได้สูงกว่าขายข้าว 6-8 เท่า

เกษตรกรในตำบลโพธิ์ศรี อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี พลิกวิกฤษราคาข้าวเปลือกตกต่ำซึ่งราคาข้าวเปลือกอยูที่กิโลกรัมละ 13-14  บาท ได้หันมาทำข้าวเม่าส่งขายในตัวจังหวัดใกล้เคียง และประเทศเพื่อนบ้านขายได้ ในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 80-100 บาท เรียกได้ว่า ราคาข้าวเม่าแพงกว่าการขายข้าวสารทั่วไป 6-8 เท่าตัว

นางคำบุญ สมชัย อายุ 45 ปี ชาวบ้านหนองโพธิ์ ตำบลโพธิ์ศรี  หนึ่งในชาวบ้านของตำบลโพธิ์ศรีเล่าว่าทำข้าวเม่าขายมานานกว่า15 ปี หโดยยึดเป็นอาชีพในช่วงก่อนออกพรรษาเป็นประจำทุกปี เนื่องเป็นช่วงที่ข้าวออกรวงและยังไม่แก่จัดเหมาะกับการนำมาทำข้าวเม่า ซึ่งในปีนี้ราคาข้าวปลือกตกต่ำกว่าทุกปีที่ผ่านมา  ครอบครัวจึงตัดสินใจที่จะทำข้าวเม่าขายให้ได้มากที่สุด และจะแบ่งข้าวในนาส่วนหนึ่งเอาไว้กิน ไม่คิดจะทำข้าวแปลือกไปขายเนื่องจากราคาถูก จึงตัดสินใจนำข้าวนาปีในปีนี้มาทำข้าวเม่า มีรายได้ดีกว่าการขายเปลือกหลายเท่าตัว  โดยราคาข้าวเม่าแบบอ่อนจะจำหน่ายในกิโลกรัมละ  100 บาท  แต่หากเป็นข้าวเม่าแบบแข็งจะจำหน่ายในกิโลกรัมละ 60 บาท เมื่อเทียบกับเปลือกที่ขายให้กับทางโรงสี มีราคาเพียงกิโลกรัมละ 13-14  บาท ขณะที่ข้าวเม่าไม่มีปัญหาเรื่องของตลาดจะมี แม่ค้ามารับซื้อถึงที่บ้านแต่ละวันครอบครัวสามารถผลิตข้าวเม่าได้ 50-60 กิโลกรัม สร้างรายได้เข้าครอบครัวไม่ต่ำกว่าวันละ 3,000-4,000 บาท ทำให้เป็นแรงจูงใจให้ชาวบ้านในตำบลโพธิ์ศรี หลายหมู่บ้านหันมาทำข้าวเม่าขายเป็นอาชีพ  และแบ่งข้าวในนา ส่วนที่เหลือจะเอาไว้กินเองและหาได้ผลผลิตมากจึงจะขายเป็นข้าวเปลือก    

ส่วนขั้นตอนการทำข้าวเม่า ปัจจุบันได้พัฒนามาใช้เครื่องทุ่นแรงในกระบวนการทำข้าวเม่าเกือบทุกขั้นตอน  ยกเว้นขั้นตอนของการเกี่ยวที่ต้องจ้างบ้างหากวันไหนมียอดสั่งเข้ามามาก ส่วนตลาดในปัจจุบันมีพ่อค้าแม่ค้ามารับชื้อถึงหมู่บ้าน โดยเขาจะเอาไปขายต่อทั้งในตัวจังหวัด ต่างจังหวัดและประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงประเทสลาวและกัมพูชา