วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ช้างศึก' vs 'สิงโต' แต้มแรกของใคร?

สถานการณ์ปัจจุบันของทีม “ช้างศึก” ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย

 เริ่มอึมครึม เมื่อไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย 4 คะแนน ที่ตั้งใจไว้ก่อนมุ่งสู่ดินแดนตะวันออกกลางได้

หลังเริ่มต้นได้อย่างน่าประทับใจ ในเกมแพ้ ซาอุดีอาระเบีย 0-1 หลายคนมองว่านักเตะไทย อาจสร้างเซอร์ไพรส์ในการเผชิญหน้ากับเหล่ายักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย 

จนเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งผลการแข่งขัน และรูปเกมในสนาม ทำให้เราต้องกลับมายอมรับความเป็นจริงว่า “ช้างศึก” ยังต้องพัฒนาอีกมาก หากคิดการใหญ่ จะไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย

ความพ่ายแพ้ต่อ ญี่ปุ่น 0-2 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ชนิด กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ต้องโชว์ซูเปอร์เซฟครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นคำเตือนแรกว่าการจะไปถึงระดับโลก ไม่ใช่เรื่องง่าย

ก่อนตอกย้ำอีกครั้ง ด้วยความพ่ายแพ้ต่อ ยูเออี 1-3 ในเกมที่แม้นักเตะไทยเล่นได้ดี แต่เมื่อถึงจังหวะชี้เป็นชี้ตาย เรากลับขาดคุณสมบัติบางอย่างไป ขณะที่อีกฝ่ายไม่พลาดในสถานการณ์แบบเดียวกัน

กระนั้น การจะด่วนถอดใจแต่เนิ่นๆ คงไม่ใช่เรื่องควรทำ เพราะผู้เล่นทุกคนรวมถึงโค้ชล้วนแล้วแต่แบกรับความคาดหวังของคนทั้งชาติเอาไว้

การเผชิญหน้ากับ “สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย” อิรัก ที่ยังไม่มีแต้มติดมือจาก 3 นัดแรกเช่นกัน จึงเป็นนัดสำคัญที่ “ช้างศึก” จะต้องทำอะไรบางอย่าง เพื่อกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง

ได้เวลาเปลี่ยน?

ใน 3 นัดแรก 11 ตัวจริงของทีมชาติไทย ถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ทั้งที่ผู้เล่นสำรองบางรายแสดงให้เห็นว่าทำได้ดี เมื่อได้รับโอกาส ทั้ง สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่แสดงให้เห็นในเกมแพ้ญี่ปุุ่น และยูเออี ขณะที่ ธนา ชะนะบุตร ก็เป็นผู้ยิงประตูแรกให้กับ “ช้างศึก” ได้ 

แม้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะเชื่อมั่นกับขุมกำลังชุดแรกแค่ไหน แต่เมื่อวิธีการเดิมไม่ได้ผล ก็ควรทดลองอะไรที่ต่างออกไป 

ในเกมรับ อาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เมื่อ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่เจ็บในเกมกับ ยูเออี กลับมาซ้อมได้แล้ว และน่าจะมีโอกาสลงเล่นในเกมนี้

ขณะที่เกมรุกริมเส้นซึ่งเป็นปัญหามาตลอด หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ยอมรับว่า ทั้ง ธนา และ สิโรจน์ มีโอกาสที่จะได้ลงสนามตั้งแต่ต้นเกม นั่นหมายถึง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ มงคล ทศไกร อาจต้องหลีกทางให้ โดย ธีรศิลป์ แดงดา อาจถูกถอยลงมาเป็นหน้าต่ำ เพื่อให้ สิโรจน์ ได้ยืนในตำแหน่งถนัด ขณะที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ จะขยับไปเป็นตัวริมเส้นแทน

สิงโตฝูงใหม่

ด้าน อิรัก แม้จะเพิ่งเสมอกับไทยมา 2-2 ใน 2 นัดของรอบก่อนหน้า แต่ในความเป็นจริง นี่คงไม่ต่างอะไรกับการพบกันครั้งแรก

เพราะนักเตะชุดปัจจุบัน แทบจะเป็นคนละทีมกับเมื่อ 6 เดือนก่อน ผู้เล่นที่เราคุ้นเคยอย่าง ยูนิส มาห์มูด รวมถึงแนวรับที่ลงสนามพบไทย ในนัดก่อน ทั้ง ซาลาม ชากีร์, อาลี ริฮีมา และ นูร ซอบรี ล้วนแต่ประกาศเลิกเล่นทีมชาติไปแล้ว และถูกทดแทนด้วยสมาชิกชุด โอลิมปิก เกมส์ ที่ ริโอ เดอ จาเนโร กว่าค่อนทีม

แม้ไม่สามารถผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ แต่ อิรัก ชุดยู-23 ก็เสียเพียงประตูเดียวจาก 3 นัด และไม่แพ้ให้กับใครเลย โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการยันเสมอ บราซิล  แบบโนสกอร์ 

ขณะที่ 3 นัดในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รูปเกมโดยรวม นอกจากนัดแพ้ ออสเตรเลีย 0-2 แล้ว ก็สร้างปัญหาให้กับทั้ง ซาอุดีอาระเบีย และ ญี่ปุ่น อย่างเห็นได้ชัด หากไม่พลาดเองจนเสียประตูในช่วงท้ายเกม อิรัก อาจมีแต้มติดมือแล้วก็ได้

 เกมชี้ชะตา

แม้จะเล่นในฐานะทีมเยือน แต่ไทยแทบไม่เสียเปรียบอิรัก เพราะเกมนี้เล่นกันในสนามกลาง ที่ ปาซ สเตเดียม กรุงเตหะราน โดยนักเตะชุดปัจจุบัน ล้วนมีประสบการณ์ที่สังเวียนแห่งนี้มาแล้ว 

กลับกัน อิรัก ชุดนี้ยังอยู่ระหว่างสร้างขึ้นมาใหม่ ประสบการณ์จากโอลิมปิกอาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่การเสียประตูสำคัญในช่วงท้ายเกมที่แพ้ ซาอุฯ และ ญี่ปุ่น น่าจะบอกเป็นนัยว่าสิงโตชุดนี้ ยังไม่สามารถรักษาสมาธิได้ตลอดทั้ง 90 นาที

นี่อาจเป็นโอกาสดีที่สุด และอาจเป็นโอกาสสุดท้ายในคราวเดียวกันด้วย สำหรับ “ช้างศึก” ที่จะเก็บคะแนนแรกในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

เพราะไม่ว่าจะ 1 หรือ 3 ก็ล้วนแต่มีความหมายทั้งนั้น หากไม่ต้องการให้ทุกอย่างจบลงตั้งแต่เนิ่นๆ...