เทศบาลนครระยอง ทำพิธีบวงสรวงและขอขมา ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมเตรียมจัดงานรำลึก ก่อนจะรื้อสะพานประวัติศาสตร์กลางเมืองระยอง
วันที่ 10 ต.ค. 2559 ที่สะพานเปี่ยมพงษ์สานต์ นายวรวิทย์ ศุภโชคชัย นายกเทศมนตรีนครระยอง ทำพิธีบวงสรวง และขอขมา ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยจะเตรียมจัดงานยิ่งใหญ่รำลึก “ปิดตำนานสะพานเปี่ยมพงศ์สานต์ เก่าแก่อายุ 65 ปี” ให้ประชาชนมาร่วมงานถ่ายรูปคู่สะพานเก็บไว้เป็นที่ระลึก
โดยวันนี้ เทศบาลนครระยอง ได้ทำการปิดสะพานเปี่ยมพงศ์สานต์ ถนนตากสินมหาราช ตำบลท่าประดู่ เพื่อก่อสร้างใหม่ หลังจากสะพานดังกล่าว ถูกพิษลมมรสุมหว่ามก๋อ เมื่อเดือนกันยายน2558ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่ตำบลทับมา และพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ต้องเร่งระบายน้ำจากคลองทับมา ไหลลงแม่น้ำระยอง ผ่านใต้สะพานเปี่ยมพงศ์สานต์ ออกสู่ทะเล ทำส่งผลให้คอสะพานทรุดมีรอยแตกร้าว จนนำมาสู่การประกาศห้ามรถบรรทุกใหญ่วิ่งผ่านสะพาน และทำการปิดสะพานถาวรในวันนี้
นายวรวิทย์ ศุภโชคชัย นายกเทศมนตรีนครระยอง กล่าวว่า หลังปิดสะพานเปี่ยมพงศ์สานต์ เทศบาลนครระยอง จะจัดงานส่งท้ายเป็นการรำลึกในวันที่ 13-14 ตุลาคม โดยเทศบาลฯ จะดำเนินการเก็บสายไฟ โคมไฟบริเวณสะพานออกให้หมด คงเหลือแต่สะพานในสภาพเดิมเท่านั้น เพื่อให้ประชาชนได้มาร่วมงาน และถ่ายภาพคู่กับสะพานเก็บไว้เป็นที่ระลึก เนื่องจากสะพานเปี่ยมพงศ์สานต์ แห่งนี้สร้างในปี พ.ศ. 2495 เป็นสะพานคอนกรีตแห่งแรกเชื่อมตลาดระยอง ข้ามไปยังตำบลปากน้ำ เป็นสะพานเก่าแก่มานาน 65 ปี
ในอดีตเมื่อ 60-70 ปีที่ผ่านมาในตัวเมืองระยอง ไม่ค่อยมีรถยนต์ใช้ในการสัญจรไปมา ประชาชนที่จะเดินทางไปตำบลปากน้ำ ต้องใช้เส้นทางผ่านสะพานไม้เล็กๆ อยู่บริเวณถนนยมจินดา สมัยนั้นสะพานเปี่ยมพงศ์สานต์ ยังไม่มี ต่อมา ระยองเริ่มมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ประชาชนเริ่มมีรถยนต์ใช้เป็นพาหนะเพิ่มมากขึ้น
ประกอบกับชาวประมงบ้านปากน้ำ ต้องใช้รถยนต์บรรทุก และขนถ่ายสินค้าประมง ทำให้ไม่สะดวกแก่ผู้ประกอบการอาชีพทำประมง นายเศวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดระยอง สมัยนั้น ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จึงได้จัดหางบประมาณดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำระยอง เชื่อมการจราจรระหว่างตลาดระยองกับบ้านปากน้ำ ทำให้ประชาชนได้ใช้ในการสัญจรไปมาจนถึงปัจจุบัน และได้ใช้นามสกุลเปี่ยมพงศ์สานต์ เป็นชื่อสะพาน ซึ่งชาวบ้านจะเรียกติดปากว่า สะพานเปี่ยม
การก่อสร้างสะพานใช้งบประมาณ 35 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ8เดือน เมื่อแล้วเสร็จ รถยนต์สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ สะพานใหม่กว้างกว่าเดิมข้างละเกือบ2เมตร พร้อมคงรูปราวสะพานของเดิมไว้เป็นเอกลักษณ์ แต่จะเปลี่ยนไปใช้โลหะอัลลอยไม่ใช้คอนกรีตทั้งสองฝั่ง บริเวณกลางสะพานทั้งสองฝั่งทำเป็นรูปครึ่งวงกลม เพื่อให้ประชาชนได้มายืนถ่ายภาพได้ พร้อมเสริมฟุตบาธทางเดิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้มีประชาชนที่ทราบข่าวว่าจะปิดสะพานก่อสร้างใหม่ จึงพากันมาถ่ายรูปคู่กับสะพานเก่าแก่เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก ก่อนที่เทศบาลฯจะจัดงานรำลึกในวันที่13-14ตุลาคมนี้





