วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

191 กวาดล้างอาชญากรรมรับประชุม ACD

"พล.ต.ต.สุรเชษฐ์" เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมรับประชุม ACD พร้อมมอบนโยบายถวายความปลอดภัยสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสำคัญ

ที่สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบก.สปพ. (191) พร้อมด้วย พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สายตรวจ พ.ต.ต.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ สว.งานสายตรวจ และ พ.ต.ต.ปิยรัฐ เวสสะโกศล สว.งานสายตรวจ3 ร่วมกันแถลงผลการกวาดล้างอาชญากรรม จับกุมผู้ต้องหา 9 ราย แบ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน 4 ราย ได้แก่ นายศักดิ์คุณสินสถิตธรรม อายุ 25 ปี นายนพรัตน์ หรือโต้ง ทองกำพร้า อายุ 23 ปี นายจรินทร์ แตงอ่อน อายุ 61 ปี และ นายวิเชียร ไตรทิพย์รัตน์ อายุ 51 ปี โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจำนวน 3 ราย ได้แก่ น.ส.กันยา หรือจู ปั้นห้าว อายุ 31 ปี ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย นายวชิระ หรือแอ๊บ ขวัญหีด อายุ 21 ปี และนายธีรวัฒน์ หรือน๊อต แม้นสุรินทร์ อายุ 20 ปี ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท5(พืชกระท่อม)ไว้ในครองครองโดยผิดกฎหมาย ส่วนความผิดอื่นๆอีก 2 ราย ได้แก่ นายณฐกฤษต์ธรณ์ สีหาหยัก อายุ 37 ปี ในข้อหายักยอกทรัพย์ และ นายฐิติพงศ์ ศรีทอง อายุ 25 ปี ในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย ได้ยึดของกลางปืนสั้นแบบลูกโม่ขนาด.32 ไม่พบหมายเลขทะเบียน ปืนสั้นลูกโม่ขนาด.38 จำนวน 2 กระบอก มีทะเบียน ปืนแมกกาซีน .45 ปืนไทยประดิษฐ์ 4 กระบอก ปืนกึ่งอัตโนมัติขนาด 9 มม.อาวุธมีดยาว 1 ฟุต จำนวน 2 เล่ม ยาบ้า 202 เม็ด กัญชาอัดแท่งน้ำหนัก 39.0 กรัม ใบกระท่อมสด 1,160 ใบ น้ำต้มกระท่อมพร้อมกาก 6 ลิตร เครื่องกระสุนปืนขนาด.32 จำนวน 2 นัด และเครื่องกระสุนปืนขนาด .45 จำนวน 788 นัด

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ได้ระดมตำรวจลงพื้นที่เพื่อกวาดล้างปราบปรามอาชญากรรมและเสริมสร้างความเชื่อมั่น และกำจัดภัยต่อความมั่นคงในช่วง 3 วัน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการระดมกวาดล้างครั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย หรือ ACD ครั้งที่ 2 ที่กรุงเทพมหานคร โดยหนึ่งในคดีที่จับกุมมานั้นเป็นการขยายผลกระทั่งสามารถจับกุม นายจรินทร์ แตงอ่อน อายุ 61 ปีลูกจ้างที่รับประกอบปืน ให้กับพ่อค้าปืนออนไลน์ผ่านทางเฟซบุ๊ก ที่เพิ่งถูกจับกุมในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อคืนวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยกรณีดังกล่าวเป็นการนำปืนมาชำแหละก่อนไปประกอบใหม่เป็นปืนจริง ยิงได้จริง สภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งจะนำส่งลูกค้าในกรุงเทพฯปริมณฑลและต่างจังหวัด โดยงมีทั้งบุคคลธรรมดาและเครือข่ายด้านค้าอาวุธ ซึ่งผู้ต้องหาถูกจับกุมได้ที่บ้านพักย่านซอยรามอินทรา69 แยก 3 เขตคันนายาว ทั้งนี้ราคาปืนดังกล่าวค่อนข้างถูก ผู้ก่อเหตุสามารถนำไปก่อเหตุก่อนจะทิ้งพร้อมหลบหนีไปยากต่อการติดตามจับกุม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนยังอยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติมไปยังเครือข่ายต่างๆและผู้รับสินค้าปลายทาง ซึ่งตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบดีเอ็นเอจากปืนของกลาง คาดว่าผลน่าจะออกภายใน 3 วันนี้ ขณะเดียวกันตำรวจจะปฏิบัติการกวาดล้างอย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงก่อนการประชุม ACD เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและรักษาความปลอดภัยตลอดช่วงที่มีการประชุม

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่มีรายชื่อ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ อยู่ในเที่ยวบิน TG8885 เพื่อร่วมเดินทางไปฮาวาย โดยประเด็นดังกล่าวทาง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บอกว่า สำหรับกรณีดังกล่าว เนื่องจากเป็นตนข้าราชการในสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอให้ทาง ผบ.ตร. เป็นผู้ชี้แจง ซึ่งเรื่องนี้ได้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเคยมีการชี้แจงไปแล้ว อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า การเดินทางในเที่ยวบินดังกล่าวเป็นการเดินทางไปทำงานทางราชการ ส่วนในรายละเอียดขอให้ทาง ผบ.ตร. เป็นผู้ตอบคำถามดีกว่า ตนไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกียรติพงษ์ นารา รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.วรชิต กาญจนะเสน รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิติพันธ์ โรหิโตปการ รองผบก.สปพ. และ พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบก.สปพ.ได้แถลงนโยบายแก่ข้าราชการตำรวจภายใต้ บก.สปพ. กว่า 1,000 นาย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ทางสายตรวจต้องปฏิบัติตามคำสั่งและนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. อย่างเคร่งครัด ในส่วนนโยบายของตนนั้นคือให้ถือว่าการถวายความปลอดภัยแก่สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นภารกิจสำคัญสูงสุด พร้อมป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมสำคัญที่เป็นนโยบายของรัฐบาล ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมและเพิ่มศักยภาพในการรักษาความมั่นคงและความสงบสุขในสังคม รวมทั้งต้องเป็นตำรวจมืออาชีพมีความน่าเกรงขามซื่อสัตย์สุจริตสร้างความเชื่อมั่นและเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง