วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไฟไหม้โกดังเก็บปุ๋ย ควันลอยไกล3กม. หวั่นกระทบชาวบ้าน

ไฟไหม้โกดังเก็บปุ๋ยปากช่อง ควันไฟลอยไกลกว่า 3 กม. หวั่นชาวบ้านได้รับผลกระทบ

ร.ต.อ.ภาณุพงศ์ ทัศญาณรอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้โกดังตรงพานิช ริมถนนปากช่อง-นิคมลำตะคอง เชิงสะพานต่างระดับหนองสาหร่ายต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ซึ่งได้เกิดเหตุตั้งแต่เวลา 08.00 นาฬิกาที่ผ่านมาแต่สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ แต่กับมาเกิดเพลิงได้ลุกไหม้อีกครั้งในช่วงเวลาเที่ยงที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มควันลอยขึ้นสูงเกือบ100เมตรและลอยไปไกลหลายกิโลเมตร

หลังรับแจ้งจึงได้ประสานไปยังศูนย์วิทยุสื่อสาร อำเภอปากช่อง เพื่อขอรถน้ำ แล้วรีบรุดออกไปตรวจสอบ พร้อมด้วยนายปัญญา วงศ์ศรีแก้ว นายอำเภอปากช่องนายกฤษณ์ พูลเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดนครราชสีมา(สาขาปากช่อง) สาธารณสุขอำเภอปากช่อง นายวิรัช มณีรัตนะกุล ประธานมูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถานปากช่องนำเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยสว่างวิชชาธรรมปากช่อง

ในที่เกิดเหตุบริเวณโกดังพื้นที่กว่า 100 ไร่ เป็นโกดังเก็บเมล็ดข้าวโพด โกดังเก็บข้าวเปลือก โกดังมันเส้น โกดังเก็บปุ๋ย พบกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากโกดังที่ 2 จาก 3 โกดังใหญ่ซึ่งเป็นโกดังเก็บกระสอบปุ๋ยเพื่อใช้ในการเกษตร กลุ่มควันปกคลุมทั่วบริเวณที่อยู่ด้านใต้ลมมองอะไรไม่เห็น ไกลกว่า 3 กม.เมื่อสูดเข้าไปมีอาการแสบจมูกและคันผิว ต้องใช้ผ้าปิดจมูกโดยมีรถตัก รถแบ็คโฮ ของโกดังเข้าไปรื้ออาคารและนำปุ๋ยออก เพื่อไม่ให้ความร้อนระอุ เกรงว่าจะมีปฏิกิริยาระเบิดขึ้นได้ พร้อมทั้งให้นำรถบรรทุกที่บรรทุกเม็ดข้าวโพดและมันสำปะหลัง จำนวนกว่า 20 คัน ออกจากบริเวณลานจอดออกไปจากบริเวณ พร้อมทั้งแจ้งทางเครื่องขายเสียงให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ออกให้ห่างเพื่อเจ้าหน้าที่จำได้ทำงานได้สะดวกโดยเบื้องต้น โดยมีรถน้ำดับเพลิงของ เทศบาลเมืองปากช่อง และรถดับเพลิงของ อบต.ต่างๆในเขตอำเภอปากช่องกว่า 10 คันเข้าควบคุมสถานการณ์แต่เนื่องจากจุดที่เกิดไฟไหม้ระอุ ยังเข้าไปใกล้ไม่ได้เพราะควันไฟพุ่งกระจายมองไม่เห็น ทำได้แค่เพียงการฉีดน้ำเข้าไปดับไฟที่ระอุอยู่ภายใน รวมทั้งใช้รถแบ็คโอนำปุ๋ยออกมาแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะสงบได้โดยง่าย ล่วงเลยเวลามานานกว่า 6 ชั่วโมงแล้ว ตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อเวลา 08.00 นาฬิกาที่ผ่านมา

 นายกฤษณ์ พูลเกษมหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันสารเคมี รวมทั้งเตรียมพร้อมทั้งอุปกรณ์ ถังโฟรม แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้ สาเหตุเบื้องต้นหน้าจะเกิดจาก ปุ๋ยที่หมดสภาพนำมาเก็บไว้นานเพื่อรอทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ อาจเกิดจากการอบทับกันเกิดความร้อนระอุจากสารเคมีที่ผสมในปุ๋ยขึ้น แต่จะเป็นสารอะไรหรือเกิดจากสาเหตุอะไรแน่ต้องรอตรวจสอบให้แน่ใจก่อน

ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอปากช่อง เร่งออกประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ให้อพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยเป็นการชั่วคราว พร้อมให้การช่วยเหลือหากมีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการดังกล่าว