ไทยค่าแรงยังสูง แรงงานเขมรแห่เข้ามาขุดทองล้นด่านอรัญฯ โว! แรงงานขนเงินกลับประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาท
ที่บริเวณด่าน ตม.อรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านพรมแดนปอยเปต กรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา พ.ต.อ.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และ พ.อ.ปรมาธร บุนนาค ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา(ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา) ได้รับแจ้งจาก พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และ พ.ต.ชาญว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1201ฯ ว่าตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00 น.ได้ มีแรงงานชาวกัมพูชาหลายร้อยคนเดินหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระกระเป๋าเสื้อผ้าเดินผ่านด่านพรมแดนอรัญประเทศ จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทย แล้วมายืนรอตรวจเอกสารการเดินทางเข้าประเทศบริเวณหน้าอาคารตรวจหนังสือเดินทางขาเข้าราชอาณาจักร ด่าน ตม.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จำนวนมากทำให้บริเวณหน้าด่าน ตม.อรัญประเทศ แออัดไปด้วยแรงงานชาวกัมพูชาหลายร้อยคนมารอตรวจเอกสารการเดินทาง ทำให้การบริการตรวจเอกสารการเดินทางและการอำนวยความสะดวกเกิดความล่าช้า จึงร่วมกันสั่งการให้ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว นำกำลัง จนท.ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สระแก้ว และ จนท.ฝ่ายอำนวยการ ตม.จว.สระแก้ว ระดมกำลังมาช่วยกันอำนวยความสะดวกและตรวจสอบเอกสารการเดินทางเข้าประเทศของแรงงานชาวกัมพูชา
พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1201 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา และ พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผกก.(สส)สภ.คลองลึก นำกำลังมาร่วมกันดูแลรักษาความปลอดภัยและจัดระเบียบบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยเฉพาะได้มีการตั้งด่านตรวจค้นบริเวณจุดตรวจ อ.05 หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ เพื่อป้องกันการลักลอบนำยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนเข้ามาในประเทศไทยอย่างเข้มงวด
ทั้งนี้ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และ พ.ต.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1201ฯ ได้สอบถามไปยัง จนท.ตม.ปอยเปต ประเทศกัมพูชา จึงทราบว่าช่วงนี้มีแรงงานกัมพูชาแห่เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยเพิ่มจำนวนมากขึ้นโดยเป็นแรงงานถูกกฎหมายตามข้อตกลง MOU สาเหตุเนื่องมาจากที่ผ่านมามีชาวกัมพูชาที่ลักลอบเดินทางเข้มาทำงานในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายและถูกจับนำมาผลักดันกลับประเทศกัมพูชา ได้หันไปสมัครงานกับบริษัทจัดหางานกัมพูชาตามข้อตกลงMOU โดยมีนายทุนชาวเขมร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นในหมู่บ้านของกัมพูชานำเงินมาปล่อยกู้ให้กับแรงงานชาวเขมรเหล่านี้ เพื่อนำไปทำพาสปอร์ตและสมัครเข้มาทำงานในประเทศไทย
ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางเข้ามาทำงานตามโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย เนื่องจากค่าแรงงานในประเทศไทยมีราคาค่าแรงขั้นต่ำสูงถึงวันละ 300 บาท ซึ่งสูงกว่าค่าแรงประเทศเพื่อนบ้านเกือบ 2 เท่าตัว จึงทำให้ชาวเขมรแห่เข้ามาทำงานภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นมีวันละไม่ต่ำกว่า 300-500 คน พร้อมกันนี้ จนท.ตม.ปอยเปต ของกัมพูชา ยังอ้างว่าทางรัฐบาลกัมพูชาได้ประกาศเป็นทางการแล้วว่ามีแรงงานกัมพูชาที่เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยหลายแสนคนสามารถนำเงินกลับประเทศได้ปีละกว่า 3 หมื่นล้านบาท
ส่วนทางด้านนายตัง กวง อายุ 46 ปี นักธุรกิจนำเข้าเสื้อผ้ามือสองชาวกัมพูชา เผยว่าผลกระทบจากการที่มีชาวกัมพูชาจำนวนมากแห่เดินทางเข้ามาทำงานในภาคอุสาหกรรมในประเทศไทย ได้ส่งผลกระทบถึงการจ้างงานของผู้ประกอบการค้าในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เป็นอย่างมากเนื่องจากชาวเขมรไม่ยอมทำงานรับจ้างกับผู้ประกอบการชาวเขมรในฝั่งปอยเปต แต่กลับเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยกันหมดเนื่องจากค่าแรงงานในประเทศไทยดีกว่าค่าแรงในฝั่งกัมพูชา เพราะในกัมพูชาจะจ้างแรงงานชาวเขมรทำงานวันละประมาณ 100-120 บาท เท่านั้น
แต่ในประเทศไทยค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่วันละ300บาท จึงทำให้ชาวเขมรแห่ทิ้งงานในฝั่งเขมรเข้ามาทำงานในประเทศไทย ทำให้ผู้ประกอบการค้าในฝั่งปอยเปตขาดแคลนแรงงานเขมร และไม่ใช่เฉพาะฝั่งเขมรเท่านั้นที่ขาดแคลนแรงงานกัมพูชา ฝั่งไทยแรงงานภาคการเกษตรก็ขาดแคลนเช่นกัน เนื่องจากได้มีชาวไทยซึ่งทำการเกษตรอยู่บริเวณชายแดน จ.สระแก้ว ได้มาติดต่อหาแรงงานเขมรไปทำงานภาคการเกษตรจำนวนมากแต่หาไม่ได้เนื่องจากชาวเขมรไม่ยอมไปเพราะค่าแรงถูกกว่าโรงงานอุตสาหกรรมในไทย ดังนั้นปัญหานี้ทั้งรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาต้องร่วมกันแก้ปัญหาเพราะเมื่อค่าแรงต่างกันจะทำให้เกิดปัญหาด้านแรงงานในอนาคตแน่นอน นายตัง กวง กล่าว
ส่วนทางด้าน พ.ต.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1201ฯเผยว่าจากการสอบถามราษฎรไทยบริเวณชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่ทำสวนทำนา ก็ยอมรับว่ากำลังมีปัญหาเรื่องแรงงานเขมรหาไม่ได้ และแรงงานเขมรที่มีอยู่ก็เรียกราคาค่าแรงสูงเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ตอนนี้ราษฎรไทยบริเวณชายแดนที่ต้องการแรงงานเขมรต่างได้รับความเดือดร้อนตามๆกัน





