วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้หนุ่มใจร้อนกระทืบลูกเพื่อนบ้าน อาจมีโทษจำคุกถึง3ปี

ตร.คันนายาว ระบุหนุ่มใจร้อนกระทืบลูกเพื่อนบ้าน อาจมีโทษจำคุกถึง 3 ปี หรือปรับอีก 6 พันบาท ขณะที่พ่อเหยื่อเผย ลูกชายมีอาการหวาดกลัว

จากกรณีที่นายณัฏฐา สุวรรณ อายุ 34 ปี บิดาเด็กชายแมน (นามสมมุติ) อายุ 7 ขวบ ได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับ พ.ต.ต.หญิง เสาวลักษณ์ สุวรรณมณี สว.(สอบสวน) สน.คันนายาว ว่า นายอำนาจ สลับทอง อายุ 43 ปี เพื่อนบ้านได้ทำร้ายร่างกายบุตรชายจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดช่วงบ่ายของวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ภายในบ้านเอื้ออาทรปัญญารามอินทรา ตึก 8 ถ.ปัญญารามอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น               

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ต.ค.2559 นายณัฏฐา สุวรรณ อายุ 34 ปี บิดาเด็กชายแมน(นามสมมุติ) อายุ 7 ขวบ พร้อมครอบครัว ได้เดินทางมาพบพ.ต.ต.หญิง เสาวลักษณ์ สุวรรณมณี สว.(สอบสวน) สน.คันนายาว เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง                          

โดยนายณัฏฐา กล่าวว่า ตนทราบว่าผู้ที่ลงมือทำร้ายบุตรชายคนนี้เป็นเพื่อนบ้าน แต่ไม่ได้พูดคุยกัน ขณะเกิดเหตุตนนอนอยู่ จากนั้นภรรยาก็มาปลุกให้รีบลุกขึ้น โดยบอกว่าลูกถูกกระทืบ ซึ่งตอนนั้นไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ จึงได้ไปติดต่อขอดูกล้องวงจรปิด จนทราบว่าใครเป็นคนทำ เด็กเล่นกันอาจจะดูรุนแรงไปบ้าง แต่เดี๋ยวเด็กก็ดีกัน โดยลูกชายของตนได้ไปจับแขนลูกชายคู่กรณีจนล้ม ต่อจากนั้นลูกชายคู่กรณีก็ร้องไห้ ลูกชายตนจึงเข้าไปประคองเพื่อปลอบให้หยุดร้อง จากนั้นก็เห็นว่าเหตุการณ์เป็นไปตามภาพวงจรปิด ตนไม่ได้ถามลูกว่า ไปทะเลาะอะไรกัน และลูกก็ไม่ได้บอกอะไร หลังเกิดเรื่องก็ยังไม่ได้คุยกับคู่กรณี ซึ่งจริงๆ แล้ว เขาควรติดต่อผมมาไม่ใช่หายเงียบไป อีกทั้งเพิ่งทราบเรื่องว่า คู่กรณีได้มาแจ้งความว่า ลูกของผมไปทำร้ายลูกชายเขา  เรื่องนี้สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ แต่ตนมองว่าไม่น่าจะยุติได้ ถ้าผมกระทืบลูกคุณบ้างจะรู้สึกอย่างไร                          

นายณัฏฐา กล่าวอีกว่า ตอนนี้ลูกชายยังมีอาการหวาดกลัวอยู่ แต่ก็ยังเล่นปกติ เมื่อคืนนี้ลูกของตนบ่นว่า ปวดตั้งแต่บริเวณตาลงมาที่บริเวณคาง และเช้านี้ลูกชายก็มีอาการอาเจียน แต่ยังไม่ได้พาไปพบแพทย์เพิ่มเติม เนื่องจากต้องพามาสอบปากคำก่อน โดยแพทย์ให้รอดูอาการ 2-3 วัน ตนกังวลเรื่องสภาพจิตใจของลูกชาย และอยากฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ว่า จะทำอะไรก็ควรตั้งสติคิดให้ดีก่อน ผมรู้ว่าคุณรักลูกคุณ แต่ต้องดูขอบเขต ต้องมีเหตุผล ต้องสอบถามเหตุการณ์ก่อนว่า มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ควรใช้อารมณ์                                           

ขณะที่ น.ส.จำเนียร หมีทอง อายุ 57 ปี อาชีพค้าขาย ซึ่งเป็นย่าของน้องแมน เล่าว่า วันเกิดเหตุ ตนกำลังขายห่อหมกตามปกติที่อาคาร 8 ก่อนที่จะสังเกตุเห็น “น้องแมน” วิ่งเข้ามาหา ด้วยท่าทีหวาดกลัว และมีรอยช้ำที่ใบหน้า ตนจึงถาม “น้องแมน” ไปว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ “น้องแมน” ไม่พูดอะไร ต่อมาน้องชายคนสุดท้องของน้องแมน ที่เดินมาด้วยกันได้เล่าให้ตนฟังว่า นายอำนาจ เป็นคนทำร้ายร่างกายน้องแมน ซึ่งก่อนหน้านี้ “น้องแมน” ก็ได้มีการไปเคาะห้องข้างๆ ให้ออกมาช่วย แต่ไม่มีใครออกมาเปิดให้ความช่วยเหลือ หลังจากนั้นตนจึงพาน้องแมนไปหาพ่อ ก่อนที่พ่อจะพาน้องไปโรงพยาบาล                      

ด้านพ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ได้ลงบันทึกประจำวันรับคำร้องทุกข์ของบิดาเด็กชายวัย 7 ขวบเอาไว้แล้ว และได้ส่งเด็กที่ได้รับบาดเจ็บไปตรวจร่างกายที่ รพ.นพรัตนราชธานี โดยในวันนี้เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 5 ( มีนบุรี) สำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว ถนนสีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ได้นัดสหวิชาชีพ ประกอบด้วย พนักงานอัยการ นักสังคมสงเคราะห์ ร่วมกันสอบปากคำเด็ก ทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อหาข้อเท็จจริงในคดีทั้งหมด และจะได้พิจารณาเรียกผู้ถูกกล่าวหามาแจ้งข้อหาตามกฎหมาย ส่วนจะแจ้งข้อหาอะไรนั้น ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนข้อเท็จจริงก่อน และต้องรอผลใบรับรองของแพทย์มาประกอบในการพิจารณาความผิด ว่าจะเข้าข่ายความผิดขั้นไหน ซึ่งจากภาพวงจรปิดจะเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำการด้วยการทารุณโหดร้าย โทษก็จะเพิ่มขึ้นอีก มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 พันบาท ขณะเดียวกันฝั่งคู่กรณีได้เดินทางมาแจ้งความว่า ลูกชายวัย 5 ขวบโดนเด็กชายวัย 7 ขวบทำร้าย และให้การว่า ขณะเกิดเหตุได้มองลงมาจากชั้น 5 เห็นว่าเด็กเล่นกัน ก่อนจะเห็นลูกโดนถีบล้มลงกับพื้น จึงทำให้โมโห                     

พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ทางเจ้าที่ตำรวจก็มีอาสาสมัครตำรวจบ้าน ซึ่ง สน.คันนายาว มีอยู่ 400 นาย สำหรับชุมชนนี้ก็มีคณะกรรมการชุมชน ซึ่งเป็นอาสาสมัครตำรวจบ้าน ได้กำชับให้ช่วยเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุ และมีเจ้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจตราอยู่เสมอ ตั้งแต่หลังเกิดเหตุ เนื่องจากเป็นข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ส่วนฝั่งคู่กรณีอีกฝ่ายก็มีความหวาดระแวง เมื่อคืนก็ไม่ได้เข้าไปนอนในชุมชน เจ้าหน้าที่ก็ให้ความปลอดภัยทั้งสองฝ่าย ในส่วนเรื่องของทางกฎหมาย ก็ว่าไปตามกระบวนการทางกฎหมาย                 

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายวิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะเดินทางมาช่วยเหลือเยียวยาเด็กชายวัย 7 ขวบ                 

นายวิทัศน์ กล่าวว่า ทางกรมกิจการเด็กและเยาวชน จะเดินทางเข้าไปพูดคุยเยียวยากับครอบครัวของเด็กทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อจะดูว่าทางครอบครัวดูแลเด็กเป็นอย่างไร แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะไหน คงจะไม่ให้มีการกระทำซ้ำ หากมีเหตุซ้ำขึ้นมา อาจจะให้ทางชุมชนเฝ้าระวังและเป็นหูเป็นตา ถ้าหากเกิดเหตุการลักษณะเช่นนี้อีก จะส่งทีมงานบ้านพักเด็กและครอบครัวเข้าไปทำความเข้าใจกับครอบครัว ซึ่งเป็นส่วนที่มีความสำคัญมากในการดูแลเด็ก และจะประเมินสภาพจิตใจของเด็กจากผู้เชี่ยวชาญว่า มีความพร้อมที่จะใช้ชีวิตตามปกติหรือไม่ ซึ่งในเคสนี้จะต้องเฝ้าดูแลอย่างต่อเนื่อง