"พล.ต.ท.ศานิตย์" เผย เตรียมสอบพยานปากเอกจากต่างประเทศ คดีฆ่าหั่นศพแช่แข็งพรุ่งนี้ ระบุสอบ 2 ผู้ต้องหาในเรือนจำเป็นประโยชน์
จากกรณีตำรวจท่องเที่ยวบุกเข้าจับกุมแก๊งชาวต่างชาติปลอมพาสปอร์ต ที่อาคารพาณิชย์เลขที่ 18/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. ระหว่างจับกุมหนึ่งในแก๊งได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะถูกควบคุมตัวไว้ได้ทั้งสิ้น 3 คน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบตู้เย็นขนาดใหญ่ บริเวณชั้นที่ 1 ของอาคารก็พบว่าภายในมีศพชายต่างชาติถูกหั่นแยกเป็น 6 ชิ้น แช่แข็งอยู่ในตู้เย็น ขณะที่กลุ่มผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ อ้างมีเพื่อนเอามาฝากไว้ ขณะที่ตำรวจเร่งสืบสวนขยายผล โดยเหตุดังกล่าวถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (3 ต.ค.) ตนได้ไปสอบปากคำผู้ต้องหา 2 ราย ที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ซึ่งที่ไปด้วยตนเองเพราะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โดยจากการที่ไปสอบสวนก็เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากต้องแสวงหาหลักฐานเพิ่มเติม และเกรงจะกระทบต่อรูปคดี นอกจากนี้คดีดังกล่าวได้สอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 20 ปาก อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้(5 ต.ค.)จะมีการสอบพยานสำคัญอีกปาก ซึ่งเดินทางมาจากต่างประเทศ โดยเป็นประจักษ์พยานในคดี
สำหรับผู้ต้องหามีการกล่าวพาดพิง นายโรเบิร์ต โลแกน กรันดีย์ ชาวอเมริกันที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับศพที่อยู่ในตู้แช่ แต่เมื่อคนตายไปแล้วไม่มีโอกาสที่จะมาแสดงข้อเท็จจริง ซึ่งก็จะมีการพิสูจน์ทราบต่อไป ส่วนความคืบหน้าของคดีต้องรอผลชันสูตรพลิกศพบอกสาเหตุการเสียชีวิตและสอบปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งตรวจสอบภูมิหลัง พฤติกรรมศาสตร์ สิ่งแวดล้อมของผู้ต้องหา เพราะบางคนตอนเด็กอาจเคยถูกทำร้ายจิตใจ พ่อแม่ไม่รัก ถูกรังแกกดดัน จึงทำให้สภาพจิตใจไม่ปกติ พอโตขึ้นอาจจะมาลงมือทำร้ายผู้อื่นก็ได้ ขณะเดียวกันภาพยนตร์ที่ดูก็อาจจะมีส่วนทำให้เกิดการเลียนแบบได้ และวันพรุ่งนี้ได้นัดหน่วยงานต่างๆ เพื่อประชุมในเรื่องข้อมูล ยืนยันว่าภายในสัปดาห์นี้หากมีหลักฐานครบถ้วน ก็จะนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.ชนิน วชิรปาณีกูล ผกก.สน.พระโขนง ระบุว่า หลังจากที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เดินทางเข้าสอบปากคำ นายแอรอน เอโด้ หรือ อารอน โธมัส กาเบียล อายุ 40 ปี และ นายเจมส์ ดักกลาส แอคเกอร์ อายุ 63 ปี ที่ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพิ่มเติมเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพราะมีข้อมูลและข้อสงสัยเพิ่มเติม แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าการเดินทางเขาสอบปากคำเพิ่มเติมดังกล่าวนั้นเป็นประเด็นหรือข้อสงสัยใดบ้าง แต่เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและข้อสงสัยของทางเจ้าหน้าที่ พร้อมกับปฏิเสธที่จะลงนามในคำให้การที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี โดยอ้างว่าจะขอให้ทนายความ
พ.ต.อ.ชนิน กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างให้ทางภรรยาชาวไทยของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ดำเนินการจัดตั้งทนายตามที่ร้องขอ เพื่อเข้ามาตรวจสอบเอกสารและการให้การต่อจากนี้ เนื่องจากผู้ต้องหาปฏิเสธทนายความที่ทางเจ้าหน้าที่จัดตั้งให้ สำหรับในวันพรุ่งนี้ที่จะครบกำหนดฝากขังผัดแรกของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ทางพนักงานสอบสวนจะมีการยื่นขอศาลในการฝากขังเป็นผัดที่ 2 ต่อ ส่วนตัว นายเฮอร์เบิร์ด เครก ลาฟอง หรือ นายวิลเลียม ปีเตอร์ จอห์นสัน หรือ นายปีเตอร์ ผู้ต้องหาที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ก็ต้องรอความเห็นจากแพทย์อีกครั้งว่า จะต้องทำการคุมตัวเพื่อรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ หากยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ต่อ ก็จะยื่นชี้แจงต่อศาลเพื่อคุมตัวขังไว้ที่ รงพยาบาลต่อในผัดที่ 2 โดยเป็นไปตามขั้นตอนปฏิบัติที่สามารถทำได้


