วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวบ้าน‘สระแก้ว’เฝ้าระวัง ‘โรงไฟฟ้าชีวมวล’กระทบสิ่งแวดล้อม

การก่อสร้างโรงงานและโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 60 เมกกะวัตต์ ในพื้นที่สีเขียว ภายหลังจากบริษัทน้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด (มหาชน)

ซึ่งมีโรงงานในพื้นที่ อ.วัฒนนคร เตรียมขยายโรงงานและโรงไฟฟ้าชีวมวล มาตั้งในพื้่นที่ดังกล่าว และมีการจัดทำประชาพิจารณ์ และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ไปเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว

ก่อนหน้านี้ นายสุทธิรักษ์ วันเพ็ญ ในฐานะตัวแทนและกลุ่มชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งโรงงานในพื้นที่สีเขียว กล่าวว่าตนเองและชาวบ้านผู้ร่วมกันลงชื่อ ยื่นหนังสือเรียน พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ขอคัดค้านการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาล และไฟฟ้าชีวมวล ในพื้นที่สีเขียว ซึ่งกฏหมายกำหนดห้ามไว้ ตาม พ.ร.บ.ผังเมือง เนื่องจากประชาชนเกรงว่า จะเกิดปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อมตามมาในอนาคต ตามหนังสือร้องเรียนนั้น จนมีการยกเลิกการก่อสร้างโรงงานดังกล่าวในพื้นที่เดิม แต่มีความพยายามยื่นเรื่องขอก่อสร้างในพื้นที่ใหม่อีกครั้ง

เมื่อเร็วๆนี้ ชาวบ้านและเครือข่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้ัอมและสิทธิชุมชน จ.สระแก้ว สาขาวังสมบูรณ์ ได้ร่วมกันจัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ ในเรื่อง “สิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชน และการจัดทำข้อมูลสารสนเทศเพื่อปกป้องชุมชนด้านสิ่งแวดล้อม” เพื่อให้ความรู้ทางด้านกฏหมาย การร้องเรียนร้องทุกข์กับชาวบ้าน และกระบวนวิธีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของชุมชน โดยมีผู้เข้าร่วมเวทีประกอบด้วย นายศุภกฤต พรรคนาวิน อุตสาหกรรรมจังหวัดสระแก้ว ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัด , น.ส.สุภาภรณ์ มาลัยลอย นักกฏหมายจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม และนายปรมินทร จันทการ นักวิชาการจากสหพันธ์ที่ดินจังหวัดสระแก้ว ที่ศาลเจ้าแม่วังใหม่ มีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมเวทีกว่า 200 คน

นายศุภกฤต พรรคนาวิน กล่าวว่าการขอตั้งหรือขยายโรงงานตามกฏหมาย จะต้องเป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด ซึ่งหากพื้นที่ใดมีประชาชนไม่เห็นด้วยหรือร้องคัดค้านมา การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ อีไอเอ จะต้องมีข้อมูลของฝ่ายผู้ที่ไม่เห็นด้วยเสมอ ในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และทุกคนที่อาศัยอยู่ในรอบรัศมี 5 ก.ม.ต้องรับรู้ทุกคน และเมื่อเปลี่ยนจุดก่อสร้าง บริษัทที่ปรึกษาต้องเชิญประชาชนรายใหม่เข้ามาร่วมในการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพด้วย ถ้าข้อมูลไม่ถูกต้อง บริษัทก็มีความเสี่ยงที่ กระทรวงการคลังซึ่งดูแลบริษัทที่ปรึกษา จะถอดถอนใบอนุญาตได้

ส่วนการเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงเป็นถ่านหิน ที่มาจากลิกไนท์(ถ่านหิน) เวลาเผาจะเกิดซัลเฟอร์ เมื่อปลิวไปในอากาศและไปโดนฝน จะกลายเป็นกรดซัลฟุลิกทันที ดังนั้นถ้าโรงงานไม่ทำตามที่ขออนุญาตหรือลักลอบไปใช้ถ่านหิน เราจะปิดทันที อุตสาหกรรมจังหวัดจะทำตามข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นกลาง ขอให้มั่นใจว่า ภาครัฐจะตรงไปตรงมา 

"ผมเคยสั่งปิดโรงงานและถูกนายทุนโทรมาต่อว่า ผมก็บอกว่าคุณลงทุนจะต้องไม่เอาเปรียบและต้องทำให้ถูกต้อง เราเจอทั้งคนร้องและคนฝั่งนายทุน ถูกฟ้องทั้งสองฝ่าย แต่เราทำตามพื้นฐานความจริงจึงสามารถยืนหยัดได้ถึงทุกวันนี้ ส่วนกรณีการยื่นขอใช้ ม.44 เพื่อยกเว้นผังเมืองและตั้งโรงงานได้เลยนั้น นายกรัฐมนตรี ไม่อนุญาตหรือใช้ ม.44 พร่ำเพรื่อแน่ เพราะต้องการให้พิจารณารายพื้นที่เป็นรายๆ ไปในกรณีที่มีชาวบ้านคัดค้าน"

น.ส.สุภาภรณ์ มาลัยลอย กล่าวว่าเราต้องลุกขึ้นมาตรวจสอบว่า ผิดกฏหมายหรือไม่ กฏหมายรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาลงประชามติ ระบุว่าสิทธิเรื่องการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมและสุัขภาพ เรามีสิทธิได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่กฏหมายบัญญัติ รวมไปถึงข้อมูลของราชการ ซึ่งการศึกษาอีไอเอต้องมีพื้นที่ขอบเขตที่ชัดเจน ต้องรู้ที่ตั้งขอบเขตอย่างไร ซึ่งสามารถขอข้อมูลได้ที่สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) รวมทั้งขอตรวจสอบข้อมูลความเห็นจากคณะกรรมการที่พิจารณาได้ด้วย 

กรณีของโรงไฟฟ้าชีวมวล การถามว่าวัตถุดิบซึ่งใช้จำนวนมาก ขนกันทั้งวัน น้ำใช้จากไหน จำนวนเท่าไหร่ เราถามได้ และต้องระบุไว้ในอีไอเอด้วย ขี้เถ้าที่เผาแล้ว กองไว้ เมื่อฝนตกหรือลมพัดปลิวหรือไหลไปไหน โดยชาวบ้านสามารถส่งความเห็นไปที่คณะกรรมการพิจารณาอีไอเอ เพื่อนำไปพิจารณาร่วมกันทั้งสองฝ่ายได้ด้วย

นายปรมินทร จันทการ กล่าวว่า การจัดทำข้อมูลสารสนเทศของประชาชนในพื้นที่ จะสามารถทราบศักยภาพและปัญหา ดีไม่ดีอย่างไร เราต้องสู้โดยข้อมูลที่เราทำขึ้นมา การพัฒนาหมู่บ้านคือทำแล้วต้องดีขึ้น เราเน้นเรื่องข้อมูลเพื่อต่อสู้ในชั้นศาลและคัดค้าน 

ดังนั้น ชาวบ้านต้องลงไปจับจีพีเอส เพื่อลงไปเก็บข้อมูลด้วยตนเอง ค้นหาศักยภาพของพื้นที่นี้ว่าเหมาะสมกับอุตสาหกรรมการเกษตรเท่านั้น ที่พี่น้องจะได้ประโยชน์ เป็นเมืองแห่งพืชพลังงานและการค้าชายแดน โดยการถอดบทเรียนการใช้ประโยชน์ เราจะตอบได้ อบรมวันเดียวก็ทำข้อมูลเรื่องผลกระทบ ถือเป็นวิธีการผลักดันโดยภาคประชาชนและได้ผลที่สุด

“วันนี้เราติดอาวุธทางปัญญาให้ชาวบ้าน  กระทบเท่าไหร่ เราต้องทำเอง ทำข้อมูลพร้อมกับการวิเคราะห์ฺ ข้อมูลเบื้องต้นตอนนี้ของพื้นที่วังสมบูรณ์เรามีเกือบครบถ้วนแล้วไปถึงรายบุคคล ท่านต้องการอะไรจากความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ชาวบ้านต้องร่วมกันหาคำตอบร่วมกัน” 

 สำหรับการขอตั้งโรงงานดังกล่าว ในเบื้องต้นบริษัทเอกชนขอใช้พื้นที่ประมาณ 300 ไร่ แต่คาดว่าจะไม่เพียงพอ เพราะในความเป็นจริง การลงทุนระดับนี้ต้องใช้เนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ จึงจะทำระบบได้สมบูรณ์