วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตร. แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายหนุ่มถีบจยย.ล้ม

ตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเหตุหนุ่มถีบรถจักรยานยนต์ 2 พี่น้องล้ม ด้านเจ้าทุกข์ยืนยันจะดำเนินคดีตามกฏหมายให้ถึงที่สุด

นายณัฐบุรุษ ศิริเชษฐมาศ อายุ 27 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีแดง เลขทะเบียน อสพ 834 กทม.พร้อมด้วย น.ส.พฤทธิภรณ์ ฮิมสกุล อายุ 19 ปี ผู้เสียหาย พร้อมญาติและทนายความ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในการดำเนินคดีกับ นายณัฐสุรัชร์ บุญจันทร์ อายุ 19 ปีผู้ก่อเหตุ และยังนำหลักฐานการโพสต์ในเฟส มามอบให้เจ้าหน้าที่ไว้เป็นหลักเพิ่มเติม

นายณัฐบุรุษ กล่าวว่า ขณะที่ตนกำลังขี่รถ จยย. เพื่อที่จะไปส่งน้องสาวที่ตลาดพลู โดยใช้เส้นทางถนนกำนันแม้น ขณะนั้นเป็นสัญญาณไฟเขียว ตนกำลังจะเลี้ยวขวาเข้าถนนกัลปพฤกษ์ แต่จู่ๆก็มี รถ จยย.อีกคัน ขับฝ่าไฟแดงมาจากถนนกัลปพฤกษ์ เพื่อที่จะเลี้ยวขวาเข้าถนนกำนันแม้น ทำให้เกือบเฉี่ยวชนกัน ตนจึงได้ตะโกนด่าไป สร้างความไม่พอใจกับนายณัฐสุรัชร์ และได้ขับรถตามหลังตนมาจะเอาเรื่อง และบอกให้ตนขอโทษ ตนจึงได้บอกไปว่า ถ้าไม่พอใจให้ขับตามมาเพื่อไปโรงพัก แต่เมื่อขับมาถึงบริเวณหน้าเมโทรพาร์ค คู่กรณีก็ขับแซงซ้ายขึ้นมาแล้วใช้เท้าทีบข้างรถของตน จนเกิดเสียหลักล้ม แล้วรีบเร่งเครื่องหลบหนีไปในทันที ตามที่ปรากฎในคลิป โดยที่ตนเองได้รับบาดเจ็บ มีแผลทะลอกที่แขนทั้งสองข้าง และขาข้างซ้าย ส่วนน้องสาวมีแผลทะลอกตามตัวเล็กน้อย แต่ที่บริเวณตาขวามีอาการบวม ซึ่งแพทย์ให้กลับมาดูอาการที่บ้านเป็นเวลา 24 ชม. แล้วค่อยกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง

“ผมอยากจะฝากว่า อย่าไปทำอย่างนี้กับใครอีก ถ้าเกิดน้องผมตาย คุณก็ติดคุก ซึ่งตนจะดำเนินคดีตามกฏหมายให้ถึงที่สุด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อเมื่อมาเวลา 14.00 น. นายณัฐสุรัชร์ บุญจันทร์ อายุ 19 ปี คู่กรณีที่ใช้เท้าถีบรถจยย.จนล้ม ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจ โดยทางพนักงานสอบสวน ได้ทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวน

ด้าน พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล กล่าวว่า ในเบื้องต้นทางเจ้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนของการทำร้ายร่างกายผู้อื่นเพียงข้อหาเดียว แต่ทางผู้เสียหายจะพยายามแจ้งข้อหาพยายามฆ่านั้น ก็ต้องรอดูไปตามพยานหลักฐาน เพราะเรื่องนี้ค่อนข้างจะละเอียดอ่อน ซึ่งหลังจากนี้ ก็อยู่ในช่วงการรวบรวมพยานหลักฐาน และที่สำคัญ คือใบรับรองความเห็นของแพทย์ เพราะการแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายนั้น มี 2 อย่างคือ มีแบบธรรมดา และแบบสาหัส โดยหากแพทย์มีความเห็นต้องทำการรักษาเกิน 15 วัน ก็จะเป็นแบบสาหัส ซึ่งอาจจะต้องมีการแจ้งข้อหาเพิ่ม โดยเบื้องต้น ก็พยายามจะเดินหน้าให้เร็วที่สุด ซึ่งล่าสุด แพทย์ได้ลงความเห็นว่าของผู้เสียหายผู้ชายเป็นแบบแค่ 3 วัน แต่ในส่วนของผู้เสียหายผู้หญิงต้องรอความเห็นส่วนของดวงตาอีกครั้ง โดยจากที่เรียกให้มาพบกันวันนี้ เป็นการเข้ามาปรับความเข้าใจกันเท่านั้น เพราะคดีความนี้ ไม่สามารถยอมความกันได้ ขณะที่หลักฐานหลักจะเป็นในส่วนของคลิปวีดีโอที่ปรากฎ และใบรับรองจากแพทย์ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับข้อความที่โพสต์บนเฟสบุ๊ค

ส่วนการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดของผู้ต้องหานั้น ก็ผลปรากฏว่าไม่พบแต่อย่างใด