ผอ.ยันฮีชี้สาวม.5ถูกครูปาแก้วแล้วปากเบี้ยว ใช้เวลารักษานาน6เดือน เผยเส้นประสาทคู่ที่7ข้างซ้ายผิดปกติ ต้องผ่าตัดอย่างน้อย1ครั้ง
จากกรณี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้นำตัว น.ส.นฤดี หรือ ทราย อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 ที่ถูกครูพละปาแก้วกาแฟใส่บริเวณกกหูซ้าย ส่งผลให้ใบหน้าผิดรูป และถูกนำตัวมารักษาอาการที่โรงพยาบาลยันฮี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 20 ก.ย.59 นางปวีณา ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการของ น.ส.นฤดี หรือน้องทราย โดยมี นพ.สุพจน์ สมัฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี ให้การต้อนรับ โดย น.พ.สุพจน์ ระบุว่า ตามที่โรงพยาบาลได้รับคนไข้ เข้ามารักษาอาการ ซึ่งทางคณะแพทย์ได้ทำการตรวจร่างกายในเบื้องต้น พบว่า กล้ามเนื้อใบหน้าซีกซ้ายไม่ทำงาน มีอาการปากเบี้ยว และตาด้านซ้ายปิดไม่สนิท ซึ่งเกิดจากเส้นประสาทคู่ที่ 7 ข้างซ้ายผิดปกติ
ทั้งนี้ ผลการตรวจ EMG พบว่า เส้นประสาทใบหน้าด้านซ้าย แขนงที่เลี้ยงหนังตา โหนกแก้ม ไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า มีความเสียหายปานกลางถึงรุนแรง ส่วนแขนงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ ก็ยังพบความผิดปกติเช่นกัน แต่ความเสียหายเส้นประสาทน้อยกว่า ทางแพทย์ลงความเห็นว่า เนื่องจากอาการเส้นประสาทอักเสบของคนไข้ ยังอยู่ในช่วงที่มีโอกาสฟื้นตัวได้ การรักษาในระยะนี้จึงเน้นทางด้านกายภาพบำบัด พร้อมกับให้การรักษาภาวะตาแห้ง ด้วยการหยอดน้ำตาเทียม และปิดตาในเวลากลางคืน และรักษาด้วยแพทย์ทางเลือกดูวิธีการฝังเข็ม โดยจะมีการให้ออกซิเจนแรงดันสูง
อย่างไรก็ตาม ทางคณะแพทย์จะมีการประเมินผลการรักษาทุกเดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน ในกรณีที่อาการไม่ดีขึ้น อาจรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งปกติจะพิจารณา ทำหลังเกิดอาการอย่างน้อย 1 ปี





