เตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา 7 จังหวัดฉบับที่ 3
นายฎรงศ์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่12 ออกหนังสือถึงผู้ว่าราชการ 7 จังหวัด ประกอบด้วย อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ประเทศไทยจังหวัดชัยนาท เรื่องแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่3 เนื่องจากปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ ที่สถานีวัดน้ำ C.2 เพิ่มสูงขึ้น (1,317ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) ประกอบกับมีปริมาณฝนตกกระจายตัวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบัน ณ วันที่20กันยายน2559เวลา06.00น. ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ 16.10 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา900ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน50ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (850) และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 1,000-1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ถึงบริเวณ ตำบลบางหลวงโดด อำเภอบางบาล และตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง ตำบลรางจระเข้ ตำบลสามกอ ตำบลบ้านโพธิ์ ตำบลบ้านแพน และตำบลบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งบริเวณท้ายแม่น้ำน้อย
ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่12จะควบคุมปริมาณการไหลของน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว ด้วยการบริหารจัดการน้ำเข้าพื้นที่ชลประทานฝั่งตะวันตก และตะวันออกด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ตามศักยภาพที่สามารถรับน้ำเพิ่มได้โดยมิให้มีผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ประมาณ50-70เซนติเมตร หากมีฝนตกหนักเพิ่มเติมซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลหลากผ่านเขื่อนเจ้าพระยา มากกว่าเกณฑ์ดังกล่าวจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ จึงขอแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด


