วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พบศพที่ 20 'กรมเจ้าท่า' แจ้ง 3 ข้อหาคนขับเรือล่ม

พบศพที่ 20 เป็นเด็กหญิงวัย 12 ปี ด้าน "กรมเจ้าท่า" แจ้งความเอาผิดคนขับเรือล่มที่อยุธยา 3 ข้อหา พร้อมกู้เรือเช้าพรุ่งนี้

นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีการแบ่งหน้าที่ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)จะดูแลเรื่องการนำเสนอข้อมูลให้เป็นในทิศทางเดียวกัน หลังจากที่ผ่านมาข้อมูลมีการคลาดเคลื่อน ส่วนทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะดำเนินการค้นหาร่างของผู้สูญหาย ส่วนกรมเจ้าท่าจะดูแลเรื่องการกู้เรือที่ประสบเหตุ โดยในวันที่ 20 กันยายน นี้ เวลา 09.00 น. จะเริ่มกู้ซากเรือ ซึ่งทางกรมเจ้าท่าได้ประสานบริษัทเรือเครนของะเอกชน จำนวน 2 ลำ จากย่านพระราม 3 กรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีความสามรารถในการยกน้ำหนักได้ถึง 40 ตัน ต่อลำ พร้อมมีอุปกรณ์ในการกู้ และจะใช้วิธีการให้เรือเครนทั้ง 2 ลำยกส่วนหัวเรือกับท้ายเรือขึ้นมาเสมอพื้นน้ำ จากนั้นจะทำการตรวจสอบดูรอยแตกรั่วของเรือที่เกิดเหตุ ถ้าหากประเมินดูแล้วอาจจะใช้แผ่นยางหรือไม่อัดในการซ่อมแซมรูรั่ว เพื่อให้สามารถนำปั๊มน้ำขนาดใหญ่สูบน้ำออกจากตัวเรือ

นายณัฐ กล่าวอีกว่า เมื่อมีการสูบน้ำออกจากตัวเรือแล้ว ก็จะลากเรือไปที่อู่สินเจริญ ที่อยู่บริเวณวันพนัญเชิงวรวิหาร หลังจากนั้นทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา ก็จะยึดเรือลำดังกล่าวไว้ตรวจสอบ ซึ่งจะมีการตรวจสอบสภาพความเสียหายจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ใช้ประกอบสำนวนคดีทางกฎหมาย โดยคาดว่าจะสามารถกู้เรือสำเร็จในช่วงค่ำวันที่ 20 กันยายน หรืออาจจะล่าช้าไปจนถึงวันที่ 21 กันยายน ทั้งนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับอุปสรรคการกู้เรือ เพราะขณะนี้กระแสน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงบริเวณจุดเกิดเหตุไหลเชี่ยวและแรง หากแผนแรกที่กล่าวมาข้างต้นไม่สำเร็จ ก็จะมีแผนสำรอง คือ กรมเจ้าท่าได้เตรียมเรือเครนของกรมเจ้าท่าเอาไว้สำรอง แต่เรือเครนของกรมเจ้าท่าจะรับน้ำหนักได้ไม่มาก แต่อาจจะเอาไว้ช่วยสนับสนุนเรือเครนเอกชน ด้ววยการช่วยพยุงส่วนตรงกลางเรือ

“กรมเจ้าท่าได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายท้ายหรือผู้ควบคุมเรือ หรือคนขับเรือ คือ นายวิรัตน์ ชัยศิริกุล ใน 3 ข้อหา ประกอบด้วย 1.เดินเรือด้วยความประมาท 2.ประกาศณียบัตรขาดอายุ และ 3.บรรทุกผู้โดยสารเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ ส่วนผู้ประกอบการหรือเจ้าของเรือ ก็เป็นในส่วนของตำรวจซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินคดีอาญาหรือไม่ ขณะเดียวกันการตรนวจสอบเอกสารของกรมเจ้าท่า พบว่าเรือลำดังกล่าวได้ทำการต่อใบอนุญาตเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา ถือว่าได้รับอนุญาตถูกต้อง แต่สามารถให้บรรทุกคนได้ 50 คน เท่านั้น” นายณัฐ กล่าว

สำหรับสาเหตุที่เรือลำดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แม้จุดเกิดเหตุจะอยู่ใกล้ฝั่ง เนื่องจากกรระแสน้ำขณะเกิดเหตุไหลเชี่ยว ส่งผลให้ความเร็วของเรือเพิ่มทวีคูณจนเสียการควบคุม จนไปชนกับวัตถุของแข็งใต้ ซึ่งคาดว่าน่าจะชนกระแทกเข้าด้านข้างของเรือ ทำให้เรือแตก นำจึงทะลักเข้าตัวเรืออย่างรวดเร็วทั้งสองฝั่ง จากนั้นเรือก็จมและยังมีแรงดูดทำให้เรือจมเร็วขึ้น โดยจะเห็นได้ว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเด็กกับคนชรา เพราะไม่สามารถเอาตัวรอดจากแรงดูดของน้ำได้ และแม้ผู้ที่ไหว้น้ำเป็นก็จะได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกกับสิ่งของที่อยู่ในเรือ เพราะตนได้พูดคุยกับผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คนบาดเจ็บจากการถูกกระแทกจากสิ่งสิ่งของในเรือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ชุดค้นหาผู้สูญหาย ยังคงเดินหน้าเร่งค้นหาอย่างงต่อเนื่อง ท่ามกระแสน้ำไหลเชี่ยว และฝนเริ่มตกโปรยปรายลงมา ซึ่งได้เพิ่มรัศมีการค้นหาออกไปเป็น 20 กิโลเมตร จากจุดพบศพบริเวณสะพานกู๊ดวิว โดยสะพานดังกล่าวอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 7-10 กิโลเมตร และเพิ่มชุดค้นหาไปถึงบริเวณบางปะอิน กับ บางไทร เนื่องจากกระแสน้ำไหลแรงอาจจะพัดพาศพผู้เสียชีวิตไปไกลมากกว่า 30 กิโลเมตร ส่วนยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้รวม 19 ราย และยังมีการแจ้งสูญหายอยู่อีก 10 ราย

ต่อมาเวลา 18.45 น. วันเดียวกัน ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ชุดค้นหาผู้สูญหายว่า พบศพผู้สูญหายเพิ่มเติมอีก 1 ราย บริเวณสุเหร่าวัฒนา ทราบชื่อต่อมา ด.ญ.วนิชดา แตงทอง อายุ 12 ปี รวมเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 20 ส่วนยอดของผู้สูญหาย เหลือ 9 ราย