จนท.ได้พบศพที่19 เหยื่อเรือแสวงบุญจมเจ้าพระยา เผยตีวงค้นหาถึงบางปะอิน-บางไทร
เมื่อเวลา 17.20 น. เจ้าหน้าที่ประจำกองอำนวยการรับแจ้งจากทีมค้นหาว่า พบร่างของผู้เสียเป็นผู้หญิง ทราบชื่อต่อมา นางลัดดาวัลย์ ขันธรักษ์ อายุ 64 ปี จุดที่พบอยู่บริเวณสุเหร่าวัฒนา ถือเป็นยอดผู้เสียชีวิตรายที่ 19 โดยอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร
โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิตที่พบรายล่าสุดขึ้นเรือ เพื่อมาขึ้นที่ท่าวัดสนามไชย ที่ตั้งเป็นกองอำนวยการ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรศพ พิมพ์ลายนิ้วมือ เก็บหลักฐาน โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจร่ำไห้ของครอบครัวผู้สูญหาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ระดมทีมค้นหาพร้อมเรือจำนวน 15 ลำ สำหรับออกค้นหาผู้สูญหาย โดยจะตีวงการค้นหาออกไปอีก เริ่มจากบริเวณสะพานกู๊ดวิวไปจนถึงบางปะอิน และ บางไทร
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายประยูร รัตนเสนีย์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมสรุปรายงานการเกิดเหตุเรือล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยมีนายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า นายเรวัต ประสงค์ นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา รองผวจ., พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา, พ.อ.รณวุธ เรืองสวัสดิ์ รองผอ.รมน. นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
โดยที่ประชุมได้มีการหารือถึงการวางแนวทางดำเนินการตั้งแต่เรื่องของการกู้ซากเรือขึ้นมาเพื่อที่จะตรวจสอบดูเรื่องของร่องรอยความเสียหายของเรือที่จะบอกได้ถึงลักษณะของการชน โดยเบื้องต้นทุกฝ่ายยืนยันผลการสอบสวนปากคำคนขับและพยานตรงกันว่าเรือลำดังกล่าวแซงเรือบรรทุกทรายขึ้นไปทางขวา แล้วด้านท้องเรือกระแทกกับวัตถุขนาดใหญ่ทำให้ท้องเรือแตกบริเวณกลางลำเรือ ทำให้น้ำทะลักเข้าอย่างรวดเร็ว
นายณัฐ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเรือดังกล่าวได้อนุญาตกรมเจ้าท่าชื่อว่าเรือสมบัติมงคลชัย ทะเบียนเรือ 106600841 ขนาดของเรือกว้าง 5.05 เมตร ยาว 27.70 เมตร ลึก 1.40 เมตร ขนาดเครื่องยนต์ 52.70 ตันกรอส โดยอนุญาตบรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 50 คนเท่านั้น โดยการอนุญาตพิจารณาจากการคำนวนพื้นที่ของเรือ โดยครั้งแรกจดทะเบียนที่ จ.นครสวรรค์ เมื่อประมาณปี 2553 และมาต่อทะเบียนเรือที่ จ.นนทบุรี มีนายสุนทร พันธ์เสือทอง เป็นเจ้าของเรือและนายวิรัช ชัยสิริกุล เป็นผู้ควบคุมเรือซึ่งใบอนุญาตนายท้ายเรือหมดไปเมื่อ ปี 2558 จากการประเมินคนขับน่าจะไม่ชำนาญเส้นทาง และน้ำเชี่ยวแรง ประกอบกับเรือบรรทุกผู้โดยสารมากเกินไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานเรือเครนของกรมเจ้าท่าจะเดินทางมาถึงในวันที่ 20 ก.ย.และคาดว่าจะทำการยกให้แล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 21 ก.ย. เพื่อตรวจสอบดูว่ามีผู้เสียชีวิตหลงเหลืออีกหรือไม่ และสภาพเรือมีร่องรอยกระแทกจุดใด
พล.ต.ต.สุทธิ ได้ลำดับเหตุการณ์จากการสอบสวนนายวิรัช นายท้ายควบคุมเรือทราบว่าเดินทางมาจาก จ.นนทบุรี ก่อนวันเกิดเหตุ 1 วัน โดยมีครอบครัวอิสลามนั่งมา 2 ครอบครัวประมาณ 10 คน จากนั้นก็มาจอดนอนที่ ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา และในเวลา 07.00 น. วันเกิดเหตุได้ไปรับผู้โดยสารที่ ต.สำเภาล่ม เพื่อเดินทางมายัง ต.ภูเขาทอง เพื่อจัดเตรียมของประกอบพิธี และตั้งขบวนเรือมีเรือร่วมขบวนจำนวน 18 ลำ จากนั้นก็ออกเดินทางไปยังมัสยิดตะเกี่ย ต.สำเภาล่ม และประกอบพิธีเสร็จเวลาประมาณ 14.30 น. จึงเดินทางกลับ มีผู้โดยสารประมาณ 100-110 คน
จากการสอบสวนพยาน โดยแวะส่งผู้โดยสารตามจุดต่างๆ ตลอดเส้นทางแม่น้ำ จนมาส่งที่ภูเขาทองและกำลังมุ่งหน้าไปยังสำเภาล่ม เพื่อส่งผู้โดยสารที่เหลือ จนมาพบกับเรือทรายจึงพยายามแซงด้านท้ายขึ้นไป จนไปชนกับวัตถุที่อยู่ชายน้ำ ที่เข้าใจว่าเป็นแนวสันเขื่อนที่จมลงไป หรือเสาเข็ม มีเสียงกระแทกติดต่อกัน 3-4 ครั้ง
โดยแรงกระแทกทำให้เรือหยุดนิ่งและน้ำทะลักเข้าทันที ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงต้องดูจากบาดแผลเรือหลังจากกู้ขึ้นมาก่อน ว่าชนลักษณะใด และขณะนี้พนักงานสอบสวน ฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายวิรัช ชัยศิริกุล ผู้ขับเรือ กรณีเหตุเรือล่ม ว่า “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจและเป็นผู้ควบคุมเรือยนต์บรรทุกผู้โดยสารมากกว่าจำนวนที่แจ้งในใบอนุญาตสำหรับเรือลำนั้น และเป็นผู้ทำการในเรือในตำแหน่งที่กฎ ข้อบังคับ สำหรับการตรวจเรือ กำหนดให้ต้องมีประกาศนียบัตรรับรอง ทำการในเรือในขณะที่ประกาศนียบัตรสิ้นอายุแล้ว”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่กุโบ คลองครูจาม ม. 7 ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา ได้ทำการฝังศพผู้เสียชีวิตแล้ว 14 ศพ และที่กุโบ ต.ลุมพลี อ.พระนครศรีอยุธยา 1 รายเป็นหญิง และพบศพเพิ่มตลอดทั้งวันอีก 3 ศพ รวมผู้เสียชีวิตที่พบล่าสุด 18 ราย ผู้สูญหายตัวเลขอยู่ที่ 11 รายแล้ว และยังคงมีการค้นหาต่อเนื่องในระยะห่างจากเรือไปทางท้ายน้ำประมาณ 5 ก.ม. ส่วนผู้บาดเจ็บนอนรักษาตัวที่รพ.พระนครศรีอยุธยา กลับบ้านไปเกือบหมดแล้ว เหลืออยู่9รายในจำนวนนี้มีสาหัส 1 รายเป็นหญิงอายุ 16 ปี อยู่ห้องไอซียู โดยในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ มล.ปนัดดา ดิษกุล จะเดินทางมาเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บ
ทางด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท.ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และได้รับแจ้งว่า เรือลำดังกล่าว บรรทุกคนเกินที่กำหนด และ ผู้โดยสารไม่สวมใส่เสื้อชูชีพ หากพบเห็นเรือลำอื่นไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด จะดำเนินการข้อกฎหมายอย่างเข้มงวดทันที ส่วนที่สำนักงานเจ้าท่ากรมเจ้าท่าภูมิภาค จ.พระนครศรีอยุธยา นายวิเชียร เปมานุกรรักษ์ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา ได้มีการสอบปากคำเจ้าของเรือ โดยเปิดเผยว่าได้เชิญนายสุนทร พันธุ์เสือทอง เจ้าของเรือสมบัติมงคลชัย และนายวิรัช ชัยศิริกุล ผู้ควบคุมเรือมาสอบถามรายละเอียดและตรวจสอบหลักฐาน ใบอนุญาตใช้เรือหมดอายุวันที่ 7 มิถุนายน 2560
จากนั้นเจ้าท่าได้นำเรือตรวจการณ์เจ้าท่า 210 ไปที่เกิดเหตุพร้อมรักษาการควบคุมการจราจรทางน้ำ ร่วมค้นหาผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายพร้อมกับหน่วยงานอื่นและนำทุ่นเครื่องหมายการเดินเรือล้อมที่เกิดเหตุ ออกหนังสือแจ้งความกับผู้ควบคุมเรือ เจ้าของเรือ และ ตั้งศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฯ โดยมีนาย ณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่าเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ประชุมเพื่อสรุปหาแนวทางดำเนินการทั้งการเยียวยา การดำเนินคดี การกู้เรือ ฯ ประสานเจ้าของเรือให้เร่งดำเนินการกู้เรือให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชม. ถ้าดำเนินการไม่ได้ กรมเจ้าท่า จะดำเนินการกู้เรือและจะเรียกค่าดำเนินการฯ ทั้งหมดจากเจ้าของเรือต่อไป
นายประดิษฐ์ รัตนโกมล ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชี้แจงถึงกิจกรรมที่จัดนั้น เป็นกิจกรรมที่ชาวไทย-มุสลิม สืบทอดกันมานาน คือ เป็นกิจกรรมที่ลูกศิษย์ของ เชค มูฮัมหมัดอาลี จะนำบรรดาลูกศิษย์ไปเยี่ยมครู ที่ กุโบ มัสยิดตะเกี่ยโยคิน ทำเป็นประจำทุกปี เพราะตอนที่ เชค มูฮัมหมัดอาลี มีชีวิตอยู่ จะนำบรรดาลูกศิษย์ไปเยี่ยมโต๊ะครูหยา ที่มัสยิดตะเกี่ยโยคิน ต.คลองตะเคียน และจะใช้เรือเท่านั้น เนื่องจากสมัยก่อนไม่มีรถ และกิจกรรมนี้ ชาวไทย-มุสลิม จะทำต่อเนื่องมายาวนาน จนกลายเป็นประเพณี





