วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หิ้วมือฆ่าหั่นศพฆาตกรต่อเนื่องทำแผน ชาวบ้านรุมสาปแช่ง

"พล.ต.อ.สมเกียรติ" ลงพื้นที่ติดตามคดีฆ่าหั่นศพ 2 ศพ สอบปากคำด้วยตนเอง พบประวัติเพิ่งพ้นโทษ 2 เดือนก่อน นำตัวทำแผนชาวบ้านนับร้อยรุมสาปแช่ง

ที่ห้องประชุมฉัตรไพฑูรย์ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.อ.สมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป.2),พล.ต.ต.บุญลือ กอบางย่าง รอง ผบช.ภ.4,พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4,พล.ต.ต.พีระพงษ์ วงศ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ร่วมเดินทางมาติดตามคดี“ฆาตกรต่อเนื่องฆ่า 2 ศพ หั่นศพคนที่กระท่อมนาและฆ่าฟันคอคนเดินริมถนน”และเหตุพยายามฆ่าอีก 2 ราย โดยไม่มีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อน โดยก่อนหน้าที่ทำการประชุม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติฯ ได้เข้าสอบปากคำ นายสถาพร หรือ บอย สีเชียงสา อายุ 20 ปี อยู่ที่ 78 บ.พรนิยม ม.9 ต.โนนสว่าง อ.เมือง จ.บึงกาฬ ที่ถูกควบคุมตัวมาจาก สภ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู มาสอบปากคำภายในห้องรับรองชั้น 2 โดยใช้เวลานานกว่า 30 นาที จึงให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เก็บหลักลายนิ้วมือ,ตรวจเก็บตัวอย่างดีเอนเอจากกระพุ้งแก้มและเล็บ,เก็บหลักฐานรอบฝ่าเท้า และอื่นๆ เพื่อเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ประกอบคำรับสารภาพ โดยนายสถาพร มีอาการสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีอาการสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวแต่อย่างใด

พล.ต.อ.สมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป.2) พร้อมคณะ ได้รับฟังรายงานคดีจาก สภ.ห้วยหลวง อ.เมืองอุดรธานี,สภ.สุวรรณคูหา และ สภ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ระบุว่า นายสถาพร หรือบอย เคยถูกจับกุมข้อหารับของโจรและยาเสพติด พ้นโทษออกมาเมื่อ 2 เดือนก่อน หายออกจากบ้านที่ จ.บึงกาฬ ราว 1 เดือน สภาพจิตมีปัญหา เพราะเสพยาบ้าหนัก ขณะถูกจับตรวจไม่พบสารเสพติด แม้จะรับสารภาพแต่คำให้การยังสับสน เรียงลำดับเหตุการณ์วกวนไปมา ทั้งนี้ จากรายงานสอบสวนระบุว่า นายสถาพรก่อเหตุขโมยเสื้อสูท-หมวก-จักรยาน 2 ล้อ จากหมู่บ้านคุณธรรมธานี ปั่นจักรยานมาตามถนนอุดรธานี-กุดจับ ไปก่อเหตุฆ่าหั่นศพนายปัญญา ทองศรี อายุ 50 ปี ที่กระท่อมนา บ.หนองโอน ต.เชียงพิณ อ.เมือง ห่างจากถนนอุดร-กุดจับ 500 ม. ได้ทิ้งจักรยานไว้ที่กระท่อมนา ขโมยรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีขาวแดง 1กข-7659 อุดรธานี ของผู้ตายหนีไปทาง อ.กุดจับ จากนั้นรถจักรยานยนต์เสียจึงจูงไปซ่อมร้านข้างทางราว 30 นาที จ่ายค่าซ่อมไป 450 บาท ก่อนที่จะขับขี่ จยย.มาตามถนนกุดจับ-สุวรรณคูหา ไปจนถึงถนนระหว่าง บ้านราษฎร์เกษมศรี- โนนงาม ต.นาดี อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู หรือผ่านจากจุดเกิดเหตุแรก 74 กม. ได้ใช้อาวุธมีดฟันคอนายสำราญ ศรีมุงคุณ อายุ 62 ปี ชายสติไม่สมประกอบ บ.โนนงาม ที่มักจะเดินอยู่ริมถนนติดต่อกันกว่า 10 ปี จนคอถูกฟันขาดเหลือติดอยู่เพียงหนัง แล้วขี่ รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปทาง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ก่อนถึง อ.นากลาง เอารถไปจอดในป่าอ้อย มาขโมยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกรุ๊ปปี้ สีชมพู กนร-351 หนองบัวลำภู

ขณะที่เมื่อวานนี้ เวลา 17.00 น. ที่ บ.โนนสวรรค์ ม.4 ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู นายสถาพรได้ใช้อาวุธมีดปาดคอและแทง นายพลเทียน โสภา อายุ 32 ปี พ่อค้าขายหมูที่บ้านพัก ได้รับบาดเจ็บและพยายามต่อสู้ ทำให้นายสถาพร วิ่งไปก่อเหตุกับคนอื่นโดยใช้มีดปาดคอและแทง นางเหง่า ดอนปราบ อายุ 53 ปี ที่อยู่บ้านติดกันได้รับบาดเจ็บสาหัส และไปแย่งเอาเด็กวัย 5 ขวบเป็นตัวประกัน และชิงรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไปได้ 5 กิโลเมตร ชาวบ้านช่วยเด็กกลับมาได้ และช่วยกันจับกุมนายสถาพรส่งตำรวจ พยานจากร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันที่นำรถของผู้ตายที่อุดรธานีไปซ่อม

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีที่ผู้ต้องหาก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม กระทำการด้วยความอุกอาจ ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก จึงต้องเร่งทำการจับกุมคนร้ายให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งทาง ผบ.ตร.ให้ความสนใจโดยเร่งให้จับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว และขณะนี้ได้ทำการจับกุมตัวคนร้ายได้แล้ว จึงลงมาติดตามคดี เพื่อให้ทางส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการสอบสวนให้ได้ครบทุกประเด็น รวมทั้งการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต้องให้ชัดเจน ครบถ้วน สำหรับในการดำเนินคดีกับคนร้ายรายนี้

“ส่วนพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ทางตำรวจตรวจสอบเก็บหลักฐาน ถึงขณะนี้ถือว่าค่อนขางสมบูรณ์ แต่ยังมีหลักฐานบางอย่างที่ตำรวจต้องหาให้ครบ โดยผมกำชับให้ทางชุดสืบสวน และสอบสวน ลงพื้นที่หามาให้ได้ครบ ซึ่งเหตุเกิดต่อเนื่อง 2 จังหวัด ซึ่งทาง จ.หนองบัวลำภู สั่งการให้รองผู้บังคับการดูแล และ จ.อุดรธานี ให้ผู้บังคับการดูแล ส่วนภาพรวมให้ รองผู้บัญชาการ ภ.4 ที่จะมาคุมทั้งงานสืบสวนและงานสอบสวนอีกทีหนึ่ง โดยให้เร่งดำเนินการให้ผลสรุปสำนวนออกมาให้ชัดเจน”

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติฯ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ระบุว่า คนร้ายอาจจะมีจิตใจไม่ปกติ เพราะยังให้การค่อนข้างสับสน แต่ในภาพรวมแล้ว คนร้ายยืนยันว่าได้กระทำความผิดจริง ซึ่งการดำเนินการต่อไปจากนี้จะต้องให้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด ส่วนที่ว่าคนร้ายอาจจะมีจิตใจที่ไม่ปกติ ต้องขึ้นอยู่กับสำนวนการสอบสวน ยังไม่สามารถพูดตรงนี้ได้ ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายที่อุดรธานี และเสื้อผ้าของคนร้าย ถึงแม้คนร้ายจะให้การยังไม่รู้เรื่อง ทางชุดสืบสวนและสอบสวน ต้องหาให้พบ เพราะว่ามีพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์อยู่ และสามารถใช้เรื่องนิติวิทยาศาสต์มาใช้สำหรับตรวจสอบด้วย

“ส่วนที่คนร้ายอาจจะก่อเหตุเนื่องจากการเสพยาเสพติดจำนวนมาก เรื่องนี้ทาง สตช.เราดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเต็มที่อยู่แล้ว การปราบปรามเราดำเนินอยู่แล้ว แต่เรื่องของการป้องกันเพื่อไม่ให้ผู้ใดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ก็เร่งดำเนินการเช่นกัน ซึ่งขณะนี้บุคคลที่พ้นโทษออกมา โดยเฉพาะเรื่องของยาเสพติด เราต้องเข้าไปควบคุมไม่ให้เขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวซ้ำ โดยจะต้องดำเนินการย่างจริงจังและชัดเจน ไม่เช่นนั้นอาจจะมีการออกมาก่อเหตุซ้ำอีก หากบังเอิญมีเหตุเกิดขึ้นแบบนี้ จนทำให้ประชนชนหวาดกลัว เราก็ต้องเร่งจับกุมให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน”

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติฯ กล่าวในตอนท้ายว่า เรื่องการแก้ไขป้องกันยาเสพติด ที่ระบาดไปทั่ว และอาจจะมีบุคคลเหมือนเช่นคนร้ายรายนี้ก่อเหตุขึ้นมา เรื่องนี้ทุกหน่วยงาน ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะต้องออกมาช่วยันป้องกันแก้ไขปัญหานี้ให้เกิดผล ส่วนจะต้องลงมาสกรีนเป็นหมู่บ้าน ๆ เพื่อดูว่า อาจจะมีคนแบบเดียวกับคนร้ายรายนี้ เป็นเรื่องที่ทางตำรวจเราดำเนินการอยู่แล้ว

ต่อมา พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี,พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี,พ.ต.ท.สมโภชน์ ประจิตร หน.สภ.ห้วยหลวง พร้อมกำลังตำรวจควบคุมตัวนายสถาพร หรือบอย สีเชียงสา ผู้ต้องหาไปทำแผนชี้จุดเกิดเหตุ ประกอบคำรับสารภาพ บริเวณกระท่อมนา บ.หนองโอน ตั้งแต่การปั่นจักรยานมาถึง การเข้าไปใช้มีดฟันหัวนายปัญญา ผู้ตาย จากด้านหลังขณะนั่งอยู่บนแคร่ ก่อนจะลากลงมาจากแคร่หั่นเป็นชิ้น แล้วขี่จักรยานออกจากกระท่อมไป โดยไม่ระบุถึงสาเหตุแรงจูงใจ ท่ามกลางชาวบ้านกว่า 150 คน ถูกกันไว้ห่างจากกระท่อม 100 เมตร ป้องกันไม่ให้เข้าไปทำร้ายนายสถาพร ท่ามกลางเสียงสาปแช่ง จากนั้นนำตัวไปจุดที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ในเขต อ.กุดจับ ก่อนจะส่งให้ทาง ภ.จว.หนองบัวลำภู รับตัวไปดำเนินการต่อ